หน้าแรก ภูมิภาค ตรังเศร้าส่งท...

ตรังเศร้าส่งท้ายปีเก่า พ่อรับจ้างตัดหญ้าวัวหวังหาเงินส่งลูกแฝดเรียนต่อ เป็นลมจมน้ำดับ

31.12.17 | 15:26 น.

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ร.ต.อ.มังกร ชัยเพชร ร้อยเวรฯ สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ในคลองชลประทาน หมู่ที่ 7 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งได้ประสานทางแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลตรัง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิกุศลสถานตรัง แล้วจึงรุดไปที่เกิดพร้อมด้วย นายนันทวัช เจริญวรรณ นายอำเภอเมืองตรัง กำนันตำบลบ้านโพธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เกิดเหตุพบมีคนจมน้ำเสียชีวิต ทราบชื่อ นายจิรพงศ์ นิยมพร้อม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งมีสภาพจมน้ำคว่ำหน้าและได้สะพายเครื่องตัดหญ้าอยู่กับตัว ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง บรรทุกหญ้าที่ตัดแล้วจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบชันสูตรเบื้องต้น ของแพทย์เวรฯโรงพยาบาลตรัง ไม่พบร่องรอยการทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด ทางญาติก็ไม่ติดใจเรื่องการเสียชีวิตครั้งนี้ จึงได้รับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธารามต่อไป

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ตาย นายจิรพงศ์ นิยมพร้อม อายุ 49 ปี มีอาชีพรับจ้างตัดหญ้าวัว และเคยมีประวัติเป็นพลัดตกน้ำแล้ว 1 ครั้งแต่สามารถช่วยชีวิตมาได้ และครั้งนี้ก็ได้ออกมาตัดหญ้าวัวตามปกติ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีชาวบ้านที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องตัดหญ้าเมื่อเวลา ประมาณ 9.00 น. สักประมาณ 10 นาที ก็เงียบไป จากนั้นก็ได้มีชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าวมาพบแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามญาติผู้ตายและนางกรุณา หลักเพชร อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นภรรยาผู้ตาย อยู่บ้านเลขที่เดียวกับผู้ตาย ทราบว่า นายจิรพงศ์ นิยมพร้อม ได้หาเงินเตรียมไว้ให้ลูกสาวฝาแฝด ทั้ง 2 คน อายุ 12 ปี อยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดโพธาราม ต.บ้านโพธิ์ ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดกะพังสุรินทร์) ในการศึกษาที่จะถึง และยังเป็นหวัหน้าครอบครัวและเป็นคนที่หาเงินมาจุนเจือครอบครัวคนเดียว แต่ก็ได้มาจากไปเสียก่อน ส่วนตนเองก็ตามบอดสนิททั้งสองข้าง รายได้ก็ไม่มีประจำ แต่จะมีบ้างก็ต่อเมื่อมีคนมานวด ตนเองก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครที่จะให้ลูกๆทั้งสองคนได้เรียนต่อ อีกทั้งที่บ้านก็อยู่กัน 5 คน มีคุณยาย อายุ 84 ปี 1 คน ลูกสาว อายุ 12 ปี 2 คน ตนเอง ซึ่งตาบอด ก็จะต้องกันอย่างบากลำบากแน่นอน ซึ่งหากมีหน่วยงานใดที่จะสามารถช่วยได้ก็อยากให้ช่วยเรื่องลูกได้ศึกษาต่อทั้งสองคน แต่ตนเองก็ต้องสู้กันต่อไป