เกิดเหตุสลดใจเด็กหญิงวัย 13 ปี ซึมเศร้าใช้เชือกไนล่อนผูกคอตายคาต้นสะเดาหลังหลังบ้าน ชาวบ้านเชื่อเป็นเรื่องอาถรรพ์ หลังพี่ก่อนหน้าชายตายเพราะถูกรถไถทับและบ้านถูกไฟไหม้ จนมาถึงคราวที่เด็กคนนี้มาผูกคอตายอีกคน
เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ 21 มี.ค.59 ร.ต.อ.จักรพล ใจเชื่อม ร่อยเวรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก อาสาสมัครกู้ภัยมหาโพธิ์ ว่ามีผู้ผูกคอกับต้นสะเดาเสียชีวิตที่ หมู่บ้านสำพันธ์ หมู่ 6 ต.สำพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์จาก รพ.ศรีมหาโพธิ เพื่อชันสูตรพลิกศพ
ในที่เกิดเหตุพบผู้ตายแต่งกายด้วยกระโปรงสีดำสวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ อยู่ในสภาพกึ่งยืนกึ่งนั่งที่คอมีเชือกไนล่อนสีขาวคล้ายเชือกของลูกเสือ หรือเนตรนารี แขวนบนกิ่งสะเดา หลังบ้านแห่งหนึ่ง ในต.สำพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ส่วนปลายผูกติดกับคอผู้ตาย ที่ปลายเท่ายังพบอิฐบล็อกกระจุยกระจายคาดว่าผู้ตายใช้เป็นที่รองเท้าขึ้นไปผูกเชือกกับกิ่งสะเดาแล้วใช้เท้าถีบให้ร่างแขวนกับเชือก
ทราบชื่อ เด็กหญิง เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป. 5 จากการสอบถามผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้น ก่อนหน้าเห็นนั่งซักผาซักรองเท้าแล้วเอามาตากหลังบ้าน จากนั้นก็ไม่ได้พบ จนกระทั่ง นางสาวไพรินทร์ สระบัว ซึ่งเป็นพี่สาวของ เด็กหญิง พัชราภา เดินทางหลังบ้านจึงพบว่าน้องสาวได้ผูกคอเสียชีวิตจึงมาบอกให้ทราบ ซึ่งตนองก็ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้น ปกติลูกสาวเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยจะสุงสิงอะไรกับใคร
และก่อนที่จะมาเสียชีวิตก็ไม่ได้บ่น หรือมีปัญหาน้อยใจ ปัญหาการเรียนก็ไม่มีอีกเพราะเป็นคนเรียนเก่งไม่กี่วันก็จะไปฟังผลสอบ
ขณะที่ผู้เป็นแม่ที่มีความเสียใจบอกสั้นๆว่า คงใช้ให้เค้าทำงานมากเกินไป หรือ ความนิ่งเงียบเฉยมากอาจซึมเศร้า จนไม่รู้ความรู้สึกนึกคิด”
ซึ่งภายหลังการตรวจของแพทย์ลงความเห็นการเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ และไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายหลังชันสูตรแล้วจึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ขณะที่ บรรดาชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างวิจารณ์ถึงการเสียชีวิตของน้อง พัชราภา ว่า เกิดจากอาถรรพ์ เพราะที่บ้านนี้มักมีเรื่องราวประหลาดทั้งเคยมีไฟลุกไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุและพี่ชายของ เด็กหญิงพัชราภา ก็ถูกรถไถนาทับเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่น้องพัชราภา จะมาเสียชีวิตอีกคน

