เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบข้อความและรูปภาพบนเฟชบุ๊คของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สบอ.1 (ปราจีนบุรี) ได้รายงานสถานการณ์เฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุช้างป่าออกมาบนถนนสาย 2090 และ ถนนสาย 3077 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2560 – 1 มกราคม 2561 เวลา 06.01 – 06.00 น. ดังนี้
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังช้างป่าตามถนนสาย 2090 (ด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ – ที่ทำการ อช.เขาใหญ่) และถนนสาย 3077 (ด่านเนินหอม – ที่ทำการ อช.เขาใหญ่) ผลการออกตรวจลาดตระเวนพบช้างบนถนนสัญจร
เวลา 19.35 น. พบช้างป่า จำนวน 7 ตัว ออกหากินบนถนนสาย 2090 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 35 (โป่งชมรมเพื่อน) โดยช้างป่าได้หากินตามปกติ ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด
เวลา 19.50 น. พบช้างป่า จำนวน 5 ตัว ออกหากินบนถนนสาย 3077 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 35 (โป่งผาตะแบก) โดยช้างป่าได้ถูกรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเฉี่ยวชนช้างป่าโขลงดังกล่าว 1 ตัว เนื่องจากหักหลบไม่ทัน อยู่ในระยะประชิด รถยนต์ของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ไฟหน้ารถด้านซ้ายแตก


ในเบื้องต้นนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) นายภัทรพล มณีอ่อน ได้เฝ้าสังเกตติดตามอาการของช้างป่าตัวกล่าว ปรากฎว่าไม่เกิดอันตรายหรือได้รับบาดเจ็บและช้างป่าได้เดินกลับเข้าสู่ป่า
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก (ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี,จ.นครนายก,จ.นครราชสีมา และ จ.สระบุรี) ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะการพักกางเต็นท์ และช่วงดังกล่าว มักมีช้างป่า ที่ออกมาหากิน โดยเฉพาะบนถนนทั้งสาย 2090 และ 3077 ที่ตัดผ่านที่อยู่สัตว์ป่าที่ผ่านมาอุทยานฯ มีป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนทั้งริมถนน – บนพื้นถนน ให้ระวังช้างป่า ตลอดถึงการปฏิบัติตัวหากพบช้าง อาทิ การให้อยู่ห่าง 30 เมตรเป็นอย่างน้อย ,การไม่ถ่ายรูปโดยใช้แฟลต , ไม่บีบแตรรถ การรู้จักสังเกตอารมณ์ช้างป่า เมื่อพบหากโกรธ-เครียดช้างป่าจะหูกาง หางชี้ งวงม้วนงอตั้งชันต้องรีบถอย หรือหนีให้ห่าง และ มีมาตรการ 4 ม. ขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ อันได้แก่ ม.1ไม่ขับรถเร็ว ,ม.2 ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า – เพื่อน นักท่องเที่ยว, ม.3 ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และ ม.4 ไม่ทิ้งขยะให้เป็นภาระ แต่ยังพบมีการฝ่าฝืน พร้อมกับมีชุดเคลื่อนที่เร็วคอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากพบช้างป่า


ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ หนึ่ง ปราจีนบุรี

