เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศช่วงเทศกาลปีใหม่ ยังคงมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยว ในพื้นที่กันคึกคัก แต่มีประชาชน บางส่วนที่ทำงานต่างจังหวัด เริ่มทยอยเดินทางกลับเตรียมตัวทำงานหลังจากหยุดยาวหลายวัน โดยทาง พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ระดมกำลังตำรวจ ร่วมกับ ขนส่งจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ยังคงเข้มงวดระดมเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบดูแล บริการประชาชน ตามจุดบริการ รวมถึงเส้นทางสายหลัก ในพื้นที่ 12 อำเภอ เพื่อเน้นตรวจสอบดูแลป้องกันอุบัติเหตุ ให้ประชาชน ใช้รถใช้ถนน ด้วยความระมัดระวัง เน้นตรวจสอบจับกุมเมาแล้วขับ โดยในรอบ 5 วัน มีสถิติการจับกุมเมาแล้วขับมากถึง 379 ราย มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 24 ครั้ง บาดเจ็บ 23 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย สาเหตุหลักคือ ใช้ความเร็วเกินกำหนด ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และจากการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก มีสถิติการจับกุม ผู้ไม่มีใบขับขี่สูงกว่า 4,300 ราย รองลงมาคือ ไม่สวมหมวกกันน็อค จำนวนกว่า 2,600 ราย ลงลงมาคือ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เพิ่มมาตรการเข้มในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ด้าน นายสุรศักดิ์ แพงวงษ์ หัวหน้าหมวดทางหลวงนาแก แขวงทางหลวงนครพนม ยังคงระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ดูแลตรวจสอบ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 212 ระหว่าง อ.ธาตุพนม มุ่งหน้าไปยัง ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพิ่มช่องทางการจราจร เป็น 4 ช่องทางจราจร โดยกรมทางหลวงอนุมัติงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท มาดำเนินการเมื่อต้นปี 2560 กำหนดแล้วเสร็จ ในปี 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เพราะเป็นเส้นทางเสี่ยงที่มีการจราจรคับแคบ เนื่องจากเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวสายหลักในการสัญจร เชื่อมระหว่างสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 2 – และแห่งที่ 3 ทำให้มีการจราจรคับคั่ง เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิตบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ เจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลเข้มกวดแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวัง ห้ามใช้ความเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห้ามแซงในที่คับขัน เพราะสาเหตุหลักในเส้นทางนี้ที่เกิดอุบัติเหตุ คือ ขับรถเร็ว ประมาท ขับรถกระชั้นชิดกับคันหน้า พร้อมแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังปฏิบัติตามป้ายเตือนในการสัญจร

