เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเซีย ในช่วงบ่าย ช่วงผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ พบว่าปริมาณรถยนต์ของประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา เดินทางเพื่อกลับมาทำงานตามปกติแล้ว ส่งผลทำให้รถยนต์วิ่งเต็มทุกช่องทาง เคลื่อนตัวได้ช้า โดยพบว่าที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก กิโลเมตรที่ 26 ช่วงลงสะพานมีรถยนต์เลี้ยวเข้า อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ชะลอตัว ส่วนบริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ หลักกิโลเมตรที่ 24 ช่วงผ่าน อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อลงสะพานแล้วเป็นทางเบี่ยงเขาสู่ช่องคู่ขานมี รถชะลอตัว เพื่อไปตลาดกลางเพื่อการเกษตร มีร้านอาหารและร้านจำหน่ายกุ้งเผา ประชาชนแวะเพื่อซื้อของฝาก

ขณะที่ การจราจรบนถนนสาย347 ปทุมธานี-บางปะหัน มุ่งหน้าเข้าจังหวัดปทุมธานี พบว่ามีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้นแต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ ชะลอช่วงผ่านแยกสัญญาณไฟและทางแยกต่างๆ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟตามปริมาณของรถ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพการจราจรบนถนนเพชรเกษมตั้งแต่ อ. หัวหินถึง อ.บางสะพานน้อย ความยาว 220 กิโลเมตรเส้นทางหลายหลักขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ การจราจรติดขัดบนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ เนื่องจากมีปริมาณรถหนาแน่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ต้องควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อระบายรถ ที่สามารถใช้ความเร็วเฉลี่ยเพียง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนั้นได้สั่งให้ปิดจุดกลับที่สี่แยกเกาะหลัก เพื่อป้องกันรถติดสะสม ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางผ่านตัวเมืองหัวหินเพื่อใช้ถนนบายพาสปราณบุรี – ชะอำ มุ่งหน้าไป จ.เพชรบุรี ขณะที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับของประชาชนบนถนนเพชรเกษมอย่างเต็มที่ 2 ช่วง ตั้งแต่ 14.00-15.30 น. และ 15.30-18.00 น. นอกจากนั้นขอให้เข้มงวดตรวจรถสาธารณะทั้งขาขึ้น-ขาล่อง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 2 มกราคม ถึงเช้าวันที่ 3 มกราคม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหลังจากรถทัวร์กรุงเทพฯ-ภูเก็ตพลิกคว่ำตกถนนที่ อ.บางสะพานทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุดได้ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตั้งคณะกรรมกลางฝ่ายช่างในการตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถทัวร์ดังกล่าวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจร เป็นภาพมุมสูงจากโดรน บนถนนสาย 24 บุรีรัมย์-นครราชสีมา พื้นที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา โดยเส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังสามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัว จึงไม่มีการปิดจุดกลับรถ ขณะที่บนถนนสาย 304 อ.วังน้ำเขียว มีรถมากและชะลอตัวเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นเขา และบริเวณปั๊มน้ำมัน แต่ภาพรวมรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ

ส่วนบนถนนมิตรภาพ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้มีการเปิดช่องทางการจราจรพิเศษ 2 จุด โดยจุดแรกตั้งแต่บริเวณจุดยูเทิร์นเลิศสวัสดิ์ ต.คลองไผ่ เป็นระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร และจุดที่ 2 บริเวณบริเวณจุดยูเทิร์นหน้าเรือนจำคลองไผ่ ถึงบริเวณเขาน้อย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง รวมระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร จึงทำให้รถที่สะสมมาก สามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัวแล้ว
ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า บนถนนเส้นหลักยังมีอีก 2 จุดที่มีการจราจรหนาแน่น ได้แก่ บริเวณแยกตลาดแค ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง ซึ่งมีรถวิ่งมาจากพื้นที่ จ.ขอนแก่น เข้ามาสะสมจำนวนมาก จนต้องมีการเปิดช่องทางจราจรพิเศษ เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร และอีกจุดเป็นบริเวณถนนบายพาส อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งมีรถหนาแน่นต่อเนื่องมาตั้งแต่เช้า ขณะนี้มีการเปิดช่องทางจราจรพิเศษ ตั้งแต่สี่แยก ต.บ้านโพธิ์ ถึงบริเวณทางลงสะพานต่างระดับ ต.จอหอ เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยคาดว่าวันนี้ประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร หลังจากฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะทำให้บนถนนสายหลักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน


