หน้าแรก ภูมิภาค ขนส่งกาฬสินธุ...

ขนส่งกาฬสินธุ์ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ พบไม่ปลอดภัยสั่งเปลี่ยน’รถ-คนขับ’ทันที

2.01.18 | 16:17 น.

 


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่ จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทธิพงษ์ เตชะภูสิทธิพงศ์ ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก นายชีพ น้อมเศียร ขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ และนายบัณฑิตย์ ปิตานุวัฒน์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ เข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ นักเรียนอาชีวะอาสา ในการอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งมอบสิ่งของและเครื่องดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ และประชาชน รวมทั้งนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และสแกนพนักงานขับรถอย่างเข้มงวดก่อนที่จะออกเดินทางกลับเข้าสู่การทำงานที่กรุงเทพฯ

นายชีพกล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 สำนักงานขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่จำสถานีขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ อำนวยความสะดวก และมีมาตรการความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดสแกนเข้มข้นรถโดยสาร และพนักงานขับรถ โดยเฉพาะเรื่องพนักงานขับรถ มีการตรวจเข้มวัดแอลกอฮอล์ สารเสพติด ใบอนุญาตต้องถูกประเภท และชั่วโมงการขับรถ ต้องไม่เกินกฎหมายกำหนด เช่น ในรอบ 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง แต่ละคนจะสามารถขับรถได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง และหากขับครบเวลา 4 ชั่วโมงแรก จะต้องพักไม่น้อยกว่า 30 นาที โดยแต่ละวันมีการตรวจพนักงานขับรถเฉลี่ย 120 คนต่อวัน ส่วนมาตรการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับตัวรถ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเข้มตามรายที่กำหนด (เช็กลิสต์) โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะซึ่งวิ่งเข้ามา จะต้องตรวจดอกยาง เข็มขัดนิรภัย ทางออกประตูฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจกรถ ถังดับเพลิง สัญญาณไฟ จะต้องมีพร้อม 100% ทั้งนี้ หากพบมีอุปกรณ์ชำรุด หรือบกพร่อง จะต้องแก้ไขทัน แต่หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้เปลี่ยนรถทันที นอกจากนี้ หากตรวจพบพนักงานขับรถคนใดที่ไม่ผ่านจุดสแกน ทั้งการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และใบอนุญาตเจ้าหน้าที่จะสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ และเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถทันที

Advertisement

ด้านนายสุทธิพงษ์กล่าวว่า มาตรการที่เน้นไปยังรถโดยสารสาธารณะนั้น เพื่อที่จะให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ครั้งนี้ พบว่ารถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม นอกจากมาตรการเข้มงวดในเรื่องพนักงานขับรถ และตัวรถแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้นำเทคโนโลยีมาควบคุมจำกัดความเร็วรถโดยสารทุกคัน โดยจะมีการเฝ้าระวังตรวจจับความเร็วด้วยระบบจีพีเอสที่ติดอยู่กับตัวรถตลอดเส้นทาง เพื่อไม่ให้ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด คือไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

“นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมร้องเรียนผ่านแอพพลิเคชั่น DLT GPS ของกรมการขนส่งทางบก โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดในโทรศัพท์ หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเข้าระบบ ซึ่งเป็นช่องทางให้ประชาชนที่กำลังเดินทาง หรือกำลังโดยสาร สามารถติดตามความเร็ว ตำแหน่งรถของตนเองที่กำลังโดยสารอยู่ การแจ้งเหตุ และส่งเรื่องร้องเรียนพฤติกรรมของคนขับรถเข้ามายังในระบบ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากผู้โดยสารพบเห็นการกระทำความผิด เช่น ขายตั๋วเกินราคา หรือมีผู้โดยสารขึ้นรถเกินกว่าจำนวนเบาะนั่ง หรือส่งผู้โดยสารไม่ถึงปลายทาง และพฤติกรรมคนขับไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้ สำนักงานขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ และกรมการขนส่งทางบก มอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน” นายสุทธิพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ยังคงมีประชาชนนำสัมภาระสิ่งของ เพื่อรอขึ้นรถกลับเข้าทำงานที่กรุงเทพฯ จำนวนมาก โดยสำนักงานขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ ต้องจัดรถเสริมร่วม บขส.ไว้คอยบริการอีก 5 คัน จากเดิมปกติ 17 คันต่อวัน แต่หากมีประชาชนต้องการเดินทางเพิ่มก็จะจัดหารถเสริมเพิ่มอีก เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับไปทำงานได้ทุกคนโดยไม่มีคนตกค้าง

จากนั้นนายสุทธิพงษ์ เตชะภูสิทธิพงศ์ ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะได้เข้าตรวจเยี่ยมจุดบริการอาชีวศึกษา ซึ่งมีนักเรียนจากวิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่จัดจุดบริการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ให้กับประชาชนฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านหลุบ และ ปตท.โนนตาล

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560-วันที่ 1 มกราคม 2561 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 27 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย มีผู้บาดเจ็บจำนวน 28 คน