เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 16 แกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ถูกจับกุมตัวดำเนินคดีใน 2 ข้อกล่าวหา ในช่วงของการถูกสลายการชุมนุม ระหว่างการเดินเท้าเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ในกิจกรรมเดิน เทใจให้เทพา เดินหานายกหยุดทำลายชุมชน เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดสงขลา หลังได้รับการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
การรายงานตัวในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเทพา เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง โดยคาดว่าการเดินทางมารายงานตัวในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่นายเอกชัย อิสระทะ หนึ่งในผู้ต้องหาของคดีนี้ ได้ยื่นเรื่องขอคัดค้านการผลัดฟ้องฝากขังของพนักงานสอบสวนต่อศาลจังหวัดสงขลา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเห็นว่า การผลัดฟ้องไปเรื่อย ๆ ทำให้ชาวบ้านเสียเวลา หากไม่มีหลักฐานพอจะสั่งฟ้องคดี ซึ่งศาลจังหวัดสงขลาให้มีการรายงานตัวในวันนี้อีกครั้ง และขีดเส้นตายให้พนักงานสอบสวนฟ้องคดีนี้ภายในวันที่ 14 มกราคม หากไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องคดี จะต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากรายงานตัวที่ศาลจังหวัดสงขลาแล้วเสร็จ เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน มีกำหนดเดินทางไปยัง สภ.เมืองสงขลา เพื่อส่งตัว 16 แกนนำ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หลังจากพนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกให้เข้าพบ นอกจากนั้น ยังได้ออกหมายเรียกนายมุสตารซีดีน วาบา หรือ แบมุส ชาวจังหวัดปัตตานี มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 คน รวมเป็นผู้ถูกดำเนินคดีในกรณี เดินเทใจให้เทพา เป็นจำนวน 17 คน
โดยหลังจากการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วมีกำหนดจะร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ #หยุดใช้คดีปิดปากประชาชน #Anti SLAPP #ยุติการดำเนินคดีกับนักปกป้องชุมชน และอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับแกนนำทั้งหมด


