หน้าแรก ภูมิภาค ไม่รอด! ได้ตั...

ไม่รอด! ได้ตัวแล้วหนุ่มเจ้าของค่ายมวย ตระเวนบีบนวดตายายตามบ้านก่อนเผลอฉกเงินเล่นพนัน

5.01.18 | 23:30 น.

จับแล้วอดีตเจ้าของค่ายมวยตระเวณบีบนวดยาย-ตา 3 ราย แล้วฉกเงินทองไปเล่นพนันมวย แม้เพียง 140 บาท ชาวบ้านในวงพนันไม่ทราบนึกว่าตำรวจหลังชอบใส่เสื้อคล้ายเจ้าหน้าที่ออกวิ่งตามบ้าน


เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต. สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.อ. หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด และชุดสืบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ได้แถลงข่าวการจับกุม นายบุญเรียน สาแก้ว อายุ 41 ปี ฉายา ดาบพล หรือชื่อนักมวย ไอ้ม่า เป็นเจ้าของค่ายมวย อยู่ที่บ้านหนองบัวไชยวาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และมีทะเบียนบ้านอยู่ที่จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 384/2560 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2560 ในฐานความผิด ลักทรัพย์โดยการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิด และการพาทรัพย์ไป โดยผู้ต้องหาก่อเหตุไปตระเวนบีบนวดผู้สูงอายุ จากนั้น ลักทรัพย์เงินทองไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 เพื่อมาทำการสอบสวน และให้ผู้เสียหายชี้ตัว ซึ่งผู้ต้องหา ให้ การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งได้คืนเงินส่วนหนึ่งให้กับตา ยาย ที่เป็นผู้เสียหายด้วย

พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ในท้องที่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ โดยนายบุญเรียน ผู้ต้องหารายนี้ ได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสสันรุ่นซันนี่ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กฉ 6149 ศรีสะเกษ ไปจอดหน้าบ้านคุณยายเถี่ยน ใยแสง อายุ 80 ปี และได้อาสาบีบนวดให้คุณยายได้หายปวดเมื่อย พอคุณยายเคลิ้มและหลับไป ได้ลักเอาสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ ไป และ เมื่อวันมี่ 15 ธันวาคม 2560 ผู้ต้องหารายเดียวกันนี้ ไปก่อเหตุที่บ้านคุณตาน้อย คำนนท์ อายุ 81 ปี ในลักษณะเดียวกัน และลักเอาเงินไป 7,000 บาท รวมทั้งได้ก่อเหตุในวันเดียวกันนี้ที่บ้านของนางสาวปั่น ใยอุ่น อายุ 67 ปี ได้เงินไปจำนวน 140 บาท

Advertisement

พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวต่อไปว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายบุญเรียน มีนิสัยส่วนตัว ชอบการเล่นพนันมวยมาก และเล่นพนันมวยเสียเงินมาโดยตลอดจนไม่มีเงินทำค่ายมวย และได้ก่อเหตุหาเงินกับผู้สูงอายุ ไปเล่นพนันมวย ส่วนการที่ได้ฉายาว่า ดาบพล นั้น เนื่องจากว่า นายบุญเรียน ชอบสวมเสื้อยืดสีขาว คอเสื้อสีแดงคล้ายเสื้อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วไปเล่นพนันตามสนามมวยต่างๆ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวนมาเชียร์มวย นายบุญเรียนจึงได้เรียกตนเองว่า ดาบพล และได้รับสารภาพทุกข้อหา พร้อมทั้งยินดีที่จะไปนำทรัพย์สินที่จำนำเอาไว้มาคืนให้ผู้เสียหาย ตนจึงได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป