เพชรบูรณ์-สามีเชฟเติมฝันให้ภรรยาเป็นมะเร็งแต่งชุดวิวาห์ถ่ายเวดดิ้งครั้งสุดท้าย เผยทำกล้องหายจนไม่มีรูปแต่งงานประเพณีม้ง ในขณะที่ภรรยาเปรยตลอดอยากมีภาพวิวาห์ในชุดราตรีสวยๆเก็บเป็นความทรงจำ
ความคืบหน้ากรณีสามีเติมฝันให้ภรรยาป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โดยจัดชุดเจ้าสาวให้ใส่เพื่อถ่ายเวดดิ้ง พร้อมเปิดเผยความจริงเรื่องเจ็บป่วยหลังปิดบังมาเกือบ 4 ปี กระทั่งมีช่างภาพนำเรื่องราวของสามีภรรยาคู่นี้ไปลงเฟสบุ๊ก ทำให้ชาวโซเซียลถึงกับต้องปาดน้ำตาพร้อมแห่ให้กำลังใจอย่างท่วมท้น โดยล่าสุดวันนี้ นายสมยศ ถาวร อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นชาวจ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสามีที่ทุ่มเททำความฝันให้ภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ได้มาตกหลุมรักกับนางสุรัตน์หรือ “หนิง” ถาวร อายุ 33 ปี สาวชาวม้งที่บ้านเข็กน้อย หมู่ที่ 5 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จากนั้นจึงแต่งงานตามประเพณีของชนเผ่าม้งเมื่อ 14 ปีก่อน หลังแต่งงานเสร็จทั้งสองเดินทางไปทำงานเป็นเชพและผู้ช่วยเชพในร้านอาหารที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งต่อมาภายหลังภรรยาบ่นปวดหัวและสายตาพร่าตัว แต่คิดว่าเป็นอาการทางสายตาธรรมดาจึงพากันตัดแว่นสายตาใส่
นายสมยศกล่าวว่า กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาได้ย้ายไปทำงานนอกเมืองแต่อาการเจ็บป่วยภรรยายังไม่ดีขึ้น จึงไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการจนพบมีอาการผิดปกติทางสมอง แพทย์จึงทำการผ่าตัดให้และนำชิ้นเนื้อตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์กระทั่งพบว่าเป็นมะเร็งในสมอง หลังจากนั้นภรรยาจึงต้องนอนรักษาพยายามอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองนอกโดยขอร้องแพทย์ให้ช่วยปิดบังภรรยา ระหว่างรักษาด้วยการบำบัดเคมีได้ให้น้องสาวภรรยาเดินทางไปช่วยดูแลแต่อาการยังทรุดหนัก จึงตัดสินใจพาภรรยากลับมาเจอหน้าพ่อแม่และเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ส่วนตนยังต้องกลับไปทำงานในต่างประเทศและส่งเงินมาเป็นค่าดูแลรักษาภรรยา โดยจะหาโอกาสกลับมาเยี่ยมภรรยาที่เมืองไทยหลังได้หยุดพักยาว
นายสมยศกล่าวว่า จนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมหลังได้หยุด 10 วันจึงเดินทางกลับมาเยี่ยมภรรยาที่เมืองไทย โดยตั้งใจจะถือโอกาสนี้ทำตามความฝันของภรรยาให้เป็นความจริง เพราะหลังแต่งงานภรรยาก็บอกย้ำมาตลอดอยากใส่ชุดวิวาห์แบบชุดราตรีสวยๆถ่ายฟรีเวดดิ้งไว้เป็นความทรงจำ เพราะช่วงที่แต่งงานตามประเพณีชาวม้งกล้องถ่ายรูปที่บันทึกถ่ายภาพไว้ทั้งหมดเกิดการสูญหายทำให้ไม่มีภาพแต่งงาน แต่เมื่อมาถึงเหลือเงินในบัญชีไม่พอจึงติดต่อไปวังเว็บเพจชื่อดัง(แหม่มโพธิ์ดำ) เพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยจัดหาชุดวิวาห์ให้พร้อมช่างภาพโดยไม่ประสงค์ขอเป็นเงิน กระทั่งทางเว็บเพจดังกล่าวตอบตกลง และได้ติดต่อเช่าชุดวิวาห์พร้อมช่างภาพให้ กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มกราคม จึงมีโอกาสได้ทำความฝันภรรยาให้เป็นความจริงก็ขอขอบคุณทางเว็บเพจนี้ด้วย
“ผมปิดบังภรรยามาตลอดเรื่องเป็นมะเร็งในสมอง เมื่อถูกซักถามมากๆก็จะบอกว่าในหัวภรรยามีน้ำมาก แพทย์จำเป็นต้องเอาออกซึ่งภรรยาก็เชื่อ ก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจะบอกความจริงภรรยาแต่ก็เกรงอาการจะทรุด กระทั่งก่อนเดินกลับมาเมืองไทยในครั้งนี้จึงตั้งใจแล้วว่า จะต้องบอกความจริงให้กับภรรยาได้รับรู้ และในวันงานผมก็ทำใจยากมาก โดยผมต้องเปิดปากบอกภรรยาทั้งน้ำตาและเมื่อเขารับรู้เราทั้งสองก็กอดกันร้องไห้ ขณะที่ญาติๆต่างก็น้ำตาไหลไปพร้อมๆกันกับเราทั้งสองคนด้วย” นายสมยศกล่าว
นายสมยศกล่าวว่า ที่ผ่านมาผมเสียใจตลอดที่ละเลยไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพของภรรยา ส่วนหลังจากนี้ต่อไปตนได้พุดคุยกับนายจ้างแล้วซึ่งเขาจะยังให้สถานะผมเป็นลูกจ้างต่อไปอีก 3 เดือนแต่ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ซึ่งตนก็ตั้งใจจะใช้เวลาในช่วงนี้ร่วมกับภรรยาให้ดีที่สุด เมื่อถึง 3 เดือนจึงค่อยคิดกันใหม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป และขอขอบคุณชาวโซเชียลอย่างมากที่ส่งกำลังใจมาให้ตนและภรรยา ไม่คาดคิดว่าทุกคนจะให้ความสนใจชีวิตและเรื่องราวที่ตนทำให้ภรรยาถึงขนาดนี้ ในฐานะสามีพยายามดูแลภรรยาให้ดีที่สุด โดยทุกวันนี้ยังเสียใจที่ในห้วงที่อยู่เคียงข้างผมใส่ใจเขาน้อยไป ก็พยายามเติมเต็มให้เขาในห้วงระยะเวลาที่เหลือ เพราะครอบครัวเรามีเพียงคน 2 คนเท่านั้นโดยผมและภรรยายังไม่มีลูก
ข่าวแจ้งว่า ล่าสุดหลังนางสุรัตน์ได้รับทราบความจริงจากสามี ช่วงแรกถึงกับเกิดอาการเศร้าซึมและโกรธเคืองนายสมยศที่ปิดปิดอาการเจ็บป่วยตลอดเป็นเวลา 4 ปี แต่หลังนายสมยศพยายามง้องอนและขอโทษต่อภรรยา ทำให้นางสุรัตน์กลับมายิ้มและเข้าใจในสิ่งที่สามีพยายามทำให้ โดยนางสุรัตน์ซึ่งอยู่ในภาวะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในขณะที่นายสมยศรับโทรศัพท์และพูดคุยถึงเรื่องภรรยาก็จะปลีกตัวออกมาพูดคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง โดยกังวลว่าสิ่งที่ยินจะกระทบจิตใจภรรยาซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแอ สำหรับนายสมยศทำงานเป็นเชฟในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ประเทศโปแลนด์ ส่วนภรรยาเป็นผู้ช่วยเชพในร้านอาหารเดียวกัน โดยทั้งสองพบรักระหว่างที่ทำงานในร้านอาหารที่ กทม.






