เมื่อเวลา10.00น. วันที่ 8 มกราคม ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 (นรต.36) เดินทางบรรยายพิเศษให้แก่นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 71 ที่กำลังจะจบการศึกษา เกี่ยวกับ นโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มี 1.การพิทักษ์ปกป้องและเทิดพระเกียรติเพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม 3.การป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม 4.การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ 5.การเร่งรัดขับเคลื่อนปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซี่ยน 6.การเสริมสร้างความสามัคคีและการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ทั้งบู๊และบุ๋น การเป็นนักสืบ มือปราบคลี่คลายคดีสำคัญ รวมถึงให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 71 น้อมนำพระราชดำริ โครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” มาปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต ให้มีจิตสาธารณะ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
“ตำรวจในอนาคตยุค 4.0 ต้องเก่งกว่าคนร้าย เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและความสำคัญกับการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สามารถต่อยอดไปยังภาษาอื่นๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์อันมีความสำคัญต่อการรับราชการในอนาคตด้วย รวมทั้งประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัย หมั่นศึกษาหาความรู้ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ดำรงตนเป็นที่พึ่งของประชาชน ยึดมั่นอุดมคติตำรวจ และให้มีความรักใคร่ สามัคคีกลมเกลียวกันในหมู่คณะ อีกทั้งแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตราชการ เช่น การครองตน ครองคน ครองงาน ให้อยู่ในกรอบกฎหมายจริยธรรมตำรวจ มีภาวะผู้นำที่ดี รักษาภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่าโลเล อย่าคิดถึงแต่อามิสสินจ้าง อย่าก่อหนี้ อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การเลือกคู่ครองต้องเลือกให้ดี มีผลต่อหน้าที่การงาน
ปลูกฝังจิตสำนึกให้ช่วยกันสืบทอดเจตนารมย์ คุณงามความดีที่รุ่นพี่ สั่งสมมาในอดีตในการพิทักษ์รับใช้ประชาชนและสามารถตอบโจทย์สังคมให้ได้แล้วประชาชนจะได้อะไร เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปตำรวจในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ทำตัวให้เหมือนปุ๋ย คือ อยู่ที่ไหนที่นั่นก็เจริญ เหมือนปุ๋ยโรยลงดินตรงไหนดินก็สมบูรณ์. อย่าทำตัวเป็นยาฆ่าแมลง คือ ไปไหนก็สร้างแต่ความเสียหาย คนบุคลิกแข็งกร้าวต้องหัดปรับตัว อนาคตจะเจริญรุ่งเรืองเหมือนผบ.หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวเอง จะเลือกนายแบบไหน เลือกเอาเอง เหล่านี้เป็นเรื่องจริง ยึดมั่น ดูแลความยุติธรรม ดูแลประชาชน และดูแลตนเอง อย่าใจอ่อนกับสิ่งผิดกฏหมาย”
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ในอนาคตนายตำรวจที่เก่งระบบไอที จะถูกดึงไปอยู่ในหน่วยหลักสำคัญๆ เพราะอาชญากรรม อาชญากรทันสมัย คดีใหญ่ๆที่ทำมาส่วนใหญ่สำเร็จได้ทางอากาศ การตรวจจับจากสัญญาณโทรศัพท์ กล้องซีซีทีวี การจะเลือกออกไปเป็นนักสืบ ต้องอดทน มีไหวพริบ ปฎิภาณ การก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ ไม่มีสมการตายตัว แล้วแต่พื้นที่ ขอให้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ทำทุกเรื่องไม่เลือกงาน ใช้อะไรก็ได้งานตลอด
“รู้สึกเป็นห่วงนายร้อยตำรวจหญิง จะเติบโตอย่างไร จะไปเป็นผกก.หัวหน้าสถานี เป็นผู้บังคับการ หัวหน้าจังหวัด ได้อย่างไร ยังมองไม่ออก และจะสามารถขึ้นเป็นผบ.หลักคงยาก ต้องคิดเรื่องนี้ด้วย ตำรวจหญิงทุกคนฝึกมา ได้รับกระบี่ มีศักดิ์ศรี มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากัน วัตถุประสงค์ตำรวจหญิง มีไว้ใช้ในคดีเด็ก สตรี และฝ่ายสนับสนุนฝ่ายปฎิบัติ แต่ทุกวันนี้เห็นตำรวจหญิงไปติดตามนาย ไปอยู่หน้าห้องนาย หนักกว่านั้นคือ เห็นตำรวจหญิงไปยืนเป่านกหวีด ยังนึกแปลกๆ
ฝากถึงน้องๆต้องรู้จักอดกลั้น โรงพัก คือ จุดแตกหัก ประชาชนที่มาโรงพักหวังพึ่งตำรวจ บางครั้งต้องทำในสิ่งที่หนักเพื่อให้ประชาชน มีรอยยิ้ม ออกไป ประทับใจในงานบริการ หากเกิดการปะทะอารมณ์กันเมื่อไหร่ ชาวบ้านจะมองเราไม่ดี เป็นที่มาของการร้องเรียน แต่ผู้บังคับบัญชาจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร ขอให้เราทำหน้าที่ให้ดี บนความยุติธรรม “ ผบ.ตร.กล่าว

