เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กันทรลักษ์ ร่วมกันควบคุมตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องฆ่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อดีตผู้อำนวยกองการศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ชำ อ.กันทรลักษ์ กลับไปคุมขังที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ หลังศาลนัดสอบปากคำให้การของจำเลยทั้ง 4 คน ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ 81 / 2561 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ ร.อ.ศุภชัย ภาโส จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นางสุชาวดี ปทุมอินท์ จำเลยที่ 2 นายวิฑูรย์ ท้าวแก้ว จำเลยที่ 3 นายประกรรษวัต คณะพันธ์ จำเลยที่ 4 โดยมี จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 นายประกันจำเลยที่ 2 นายประกันจำเลยที่ 3 นายประกันจำเลยที่ 4 ทนายจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 2 ทนายจำเลยที่ 3 และ ทนายจำเลยที่ 4 มาศาลทุกคน
จากการสอบปากคำปรากฏว่า จำเลยทั้ง 4 รายได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยศาลกำหนดวันนัดเพื่อส่งคดีเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.30น. ตามที่คู่ความทุกฝ่ายมีวันว่างตรงกัน ส่วนการออกหมายขังนั้น เนื่องจากศาลออกหมายขังระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ไว้แล้ว จึงให้ใช้หมายขังดังกล่าวต่อไป ส่วนจำเลยที่ 2 – 4 ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณา จึงให้งดออกหมายขังระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 – 4 และ ศาลมีคำสั่งให้มีหนังสือแจ้งสิทธิและนัดผู้เสียหายมาศาลในวันดำเนินกระบวนการคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐาน โดยมีพ่อแม่ และ ญาติของ ผอ.อ้อยมาสังเกตการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้กองเหน่งลงมาขึ้นรถยนต์โดยใส่โซ่ตรวนอย่างแน่นหนา
นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของผอ.อ้อย กล่าวว่า มาศาลในวันนี้เพื่อต้องการทราบความคืบหน้าการพิจารณาคดี ซึ่งตนคิดมาก่อนแล้วว่า ผู้กองเหน่งต้องปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อยากฝากถึงผู้กองเหน่งว่า ลูกผู้ชายชาติทหาร เมื่อกล้าทำต้องกล้ารับผิดชอบต่อการกระทำของตน ขณะนี้ทราบข่าวว่า แม้ผู้กองเหน่งจะถูกคุมขังมานานหลายเดือนแล้ว แต่ยังคงรับเงินเดือนและยังไม่ได้ถูกให้ออกจากราชการแต่อย่างใด ขอฝากถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นของผู้กองเหน่งด้วยว่า ขอให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้กองเหน่งอย่างเด็ดขาดด้วย เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย
ด้านนายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ อาของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ทีมทนายความที่เข้ามาให้การช่วยเหลือ นำโดย นายประสิทธิ์ศักดิ์ ฝอยทอง ประธานสภาทนายความจังหวัดกันทรลักษ์ ได้เสนอศาลขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีแล้ว เพื่อต้องการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในคดีอย่างเต็มที่ จนกว่าศาลจะพิพากษาคดีลงโทษผู้ต้องหาตามกฎหมายที่กำหนดไว้สูงสุด ซึ่งจากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้แจ้งให้ตนทราบว่า มั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

