ความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงศีรษะ นายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกร เจ้าของบริษัทรับเหมา เสียชีวิต ก่อนทิ้งศพริมเจ้าพระยา พื้นที่หมู่ 5 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หวังให้จมน้ำอำพรางคดี คนร้ายชิงเอาทรัพย์สินสร้อย เลส ทองรูปพรรณ หนักประมาณ 20 บาท พระสมเด็จ และเงินสดจำนวนหนึ่งได้หายไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก. พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รองผบก. พ.ต.องภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน เพื่อสรุปผลแนวทางการสืบสวนของคดี ใช้เวลากกว่า 1 ชม.ก่อนที่จะแยกย้ายไปสืบสวนเพิ่มเติม โดยพล.ต.ต.สมหมายประสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนขนาดนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มีความคืบหน้าพอสมควร ยังไม่ขอเปิดเผยในละเอียด ทุกประเด็นเรายังไม่ตัดทิ้งการรวบรวมพยานหลักฐาน
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ม.5 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ทางญาติ ได้เคลื่อนศพนายไพโรจน์จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี มาประกอบพิธีเรียกวิญญาณและ บังสกุล โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 4 รูปจากวัดทองบ่อ มาประกอบพิธี ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ ระหว่างที่ประกอบพิธีรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบอร์นหมายเลขทะเบียน กจ-5511 พิษณุโลก ของผู้ตายที่ใช้ไว้ทำงานในพระนครศรีอยุธยา สัญญาณกันขโมยได้ดังขึ้น พยายามปิดหลายครั้งจึงสามารถปิดสัญญาณได้
ด้านญาติ ระบุว่ามั่นใจว่าตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้และไม่ทราบเรื่องส่วนตัวของผู้ตายเลยฝากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามคดีนี้ด้วย จากนั้นทางญาติได้เคลื่อนย้ายศพไป ที่วัดคูหาสวรค์ จ.พิษณุโลก

รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวน ยังคงเร่งสอบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อติตดตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยเฉพาะรถยนต์แท็กซี่ที่มารับนายไพโรจน์ ไปจากร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ผู้ตายได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อน ใน กรุงเทพมหานครเพื่อมาส่งห้องพักที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านอาหารพบว่าเป็นรถแท็กซี่มาจอดรับแล้วผู้ตายได้เดินขึ้นรถที่ด้านข้างคนขับไปโดยในภาพเผยให้เห็นว่าผู้ตายสะพายกระเป๋าไปด้วยก่อนที่จะมาพบกลายเป็นศพ ข้อมูลล่าสุดพบว่าในช่วงเวลา01.00น.มีพยานยืนยันว่าพบเห็นผู้ตายอยู่ใน พื้น ที่ ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะหายตัวไป โดยชุดสืบสวนเร่งสืบสวนหาพยานหลักฐานทั้งจากกล้องวงจรปิดและความเชื่อมโยงต่างๆว่าผู้ตายได้ไปพบใครอีกหรือไม่ ตลอดทั้งคืนได้มีการสอบสวนผู้ตายที่พบเจอผู้ตายก่อเสียชีวิต ซึ่งผู้ตายมีกลุ่มเพื่อนหลายกลุ่ม ที่เรียนมาด้วยกัน ทั้งมัธยม มหาวิทยาลัย และกลุ่มสมาชิกโรตารี่ รวมไปถึงกลุ่มบริษัทรับเหมา ส่วนสาเหตุที่ผู้ตายใช้รถยนต์แท็กซี่ในการเดินทางเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี ผู้ตายประสบอุบัติเหตุรถยนต์เบนซ์ตกลงข้างทาง เพิ่งจะมีการทำบุญ รดน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ชุดสืบสวนทราบรถแท็กซี่คัน ที่มารับนายไพโรจน์ ดีแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ครอบครองมาสอบสวน
ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกรียติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร .พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ1 กล่าวภายหลังเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี ที่สภ.บางปะอินว่าในขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากยังไม่ตัดประเด็นใดออกไปให้น้ำหนักที่เรื่องของการชิงทรัพย์และชู้สาว ในส่วนของแท็กซี่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด จากการสอบถามญาติทราบว่าผู้ตายมีอาวุธติดตัวมาด้วย ซึ่งตรวจสอบที่บ้านพักในจงพิษณุโลกแล้วไม่พบอาวุธปืนของผู้ตาย

