หน้าแรก ภูมิภาค รถทัวร์ทิ้งผู...

รถทัวร์ทิ้งผู้โดยสารเพราะต้องขนสินค้าหนีภาษี

10.01.18 | 11:48 น.

วันที่ 9 มกราคม ช่วงกลางดึก ร.ต.อ.พรเทพ อินทร์จันทร์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองระนอง ได้รับแจ้งมีประชาชนถูกรถทัวร์รับจ้างทิ้งไว้ที่งานศพวัดสุวรรณคีรีวิหาร ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง จึงได้ลงพื้นที่พบผู้เสียหายราว 40 คน พร้อมกับได้วิทยุสื่อสารสั่งสกัดรถทัวร์รับจ้างคันดังกล่าว

ผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่า ได้รวมตัวกันจากหมู่บ้านในอ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อมาร่วมงานศพของพ่อเฒ่าอายุ 90 ปี ที่จังหวัดระนอง ซึ่งตอนที่เดินทางมาคนขับก็พาอ้อมไปทางเขาสก ผ่านอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา เข้าเส้น อ.กะเปอร์ ตามถนนเอเชียหมายเลข 4 ก่อนจะถึงตัวจังหวัดระนอง ซึ่งใช้เวลาเดินทางถึง 6 ชั่วโมง โดยได้มีการแวะจอดระหว่างทางเป็นระยะๆ ซึ่งหลังจากคนขับได้มาส่งที่วัดแล้วก็ได้ขับรถออกไป ต่อมาราว 3 ทุ่มหลังจากได้ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมแล้ว คนขับก็ขับรถกลับมาแล้วมีอาการฉุนเฉียว และบอกว่าจะไม่ขับรถไปส่งแล้ว และได้ขับรถทัวร์ออกไป ทางคณะจึงต้องหารถในพื้นที่มาแทน และได้แจ้งความกับทางตำรวจเอาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดรถทัวร์คันดังกล่าว พบว่าจอดอยู่ที่ปั้มน้ำมันเอสโซ่ ตรงข้ามวิทยาลัยชุมชนระนอง ถนนเพชรเกษม ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง ซึ่งห่างจากวัดไปราว 4 กิโลเมตร โดยมีกุญแจรถเสียบทิ้งเอาไว้ที่รถ เป็นรถทัวร์ประกอบสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 30-1418 กระบี่ กระจกหลังติดชื่อเจ้าของคือ สมพงษ์ ช่วยบำรุง ส่วนด้านข้างรถมีชื่อบริษัท โชคพงษ์เพชรทัวร์ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพติดต่อกับเจ้าของรถตามเบอร์โทรศัพท์ที่แสดงไว้ข้างรถ และให้คนขับรถมาพบเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่ยอมมาพบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 ระนอง ได้เดินทางมาสมทบ นำโดย ร.ต.อ.คมศักดิ์ ขุนทอง หน.ชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.415 จ.ระนอง โดยแจ้งว่ามีสายส่งข่าวว่าจะมีการขนสินค้าหนีภาษีออกจากระนอง ซึ่งเป้าหมายตรงกับรถทัวร์คันนี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปิดดูช่องใส่กระเป๋าที่ใต้ท้องรถ พบกระสอบปุ๋ยและลังกระดาษบรรจุสินค้าจากประเทศเมียนมา จำพวกแป้ง ธูป อาหารแห้ง และอีกหลายรายการ รวมแล้วกว่า 20 กระสอบ ซึ่งได้รอคนขับและเจ้าของรถจนถึงเที่ยงคืนก็มาพบ จึงได้อายัดของทั้งหมดพร้อมทั้งนำรถคันดังกล่าวไปที่ สภ.เมืองระนอง และจะได้ดำเนินคดีลักลอบขนสินค้าหนีภาษีส่งเจ้าหน้าที่ศลกากร ส่วนผู้เสียหาที่ถูกทิ้งก็ให้ไปดำเนินการแจ้งความเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป