เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ร่วมกับ พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พ.ต.อ.เชาวลิต เลี้ยงสุพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี และนายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ลงดูพื้นที่กองขยะขนาดใหญ่ของเทศบาลตำบลเกาะเต่า ที่ตกค้างไม่ได้กำจัด ภายหลังเตาเผาไม่สามารถเดินเครื่องได้ โดยมีปริมาณขยะที่รอการกำจัดอยู่ประมาณ 45,000 ตันจนมีสภาพล้นออกมาด้านนอก ซึ่งบริษัทรับเหมากำจัดขยะบนเกาะเต่าได้หมดสัญญาลงและเทศบาลตำบลเกาะเต่าไม่ต่อสัญญาให้ เนื่องจากไม่ปฎิบัติตามสัญญาในการทำลายขยะ
นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้พยายามเร่งแก้ปัญหาขยะบนเกาะเต่าหลังพบมีปริมาณขยะสะสมมากขึ้นจนเกินกำลังของหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดสามารถหาผู้รับจ้างที่เข้ามาประมูลเพื่อนำขยะขนย้ายออกจากพื้นที่เกาะเต่าได้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนเตรียมการต่างๆ ขณะเดียวกันได้ให้เทศบาลตำบลเกาะเต่า วางมาตรการรองรับการคัดแยกขยะจากต้นทางรวมถึงการรีไซเคิล เนื่องจากปัจจุบันมีขยะใหม่เข้ามาอีก 25-30 ตัน
“ ปริมาณขยะปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 45,000 ตันซึ่งเป็นปริมาณที่เท่าเดิม ยืนยันว่าทางจังหวัดและเทศบาลเกาะเต่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะค้างเก่าได้อย่างแน่นอน เพื่อให้เกาะเต่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบปราศจากมลพิษ ซึ่งการลงพื้นที่กองขยะครั้งนี้พบว่าปัญหาที่เคยส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงได้ลดลง ซึ่งเกิดจากเทศบาลและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันใช้วิธีกำจัดกลิ่นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ” นายวิชวุทย์ กล่าว
อนึ่งเกาะเต่า เป็นเกาะในตำบลหนึ่งของ อ.เกาะพะงัน มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งดำน้ำท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ทำรายได้กว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

