เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวจังหวัดบึงกาฬได้รับการประสานจากนายสงกรานต์ คำพิไสย์ อดีต ส.ส.จังหวัดหนองคาย ว่ามีหญิงสาว อายุ 15 ปี อาศัยอยู่กับพ่อและย่าใน ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีฐานะยากจน ถูกลุงข่มขืนจนท้องได้ 6 เดือน มาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบกับ น.ส.แดง นามสมมุติ อยู่กับย่า และชาวบ้านใกล้เคียงหลายคนมาคอยให้กำลังใจ
น.ส.แดง สาวทอม ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนให้เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2560 ได้ไปเยี่ยมป้าซึ่งเป็นพี่สาวของพ่ออยู่ที่บ้านคันธุลี ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 1 อาทิตย์ต่อมา ตกกลางคืน นายเกษม ศิรีเมฆ ซึ่งเป็นสามีของป้าและมีศักดิ์เป็นลุงได้ชักชวนไปให้อาหารปลากะพงที่เลี้ยงไว้อยู่ที่ริมคลอง ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร หลังจากให้อาหารปลาเสร็จได้เข้าไปนอนพักในกระท่อมแล้วเผลอหลับไป ลุงได้เข้ามาในห้องใช้มืออุดปากตนไม่ให้ร้อง บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วลงมือข่มขืน ทั้งๆ ที่ได้ยกมือขอร้องว่าอย่าทำ เพราะตนเป็นทอม ชอบผู้หญิงด้วยกัน แต่ลุงก็ไม่ยอมฟังลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะมีแต่จะเสียหาย หลังจากวันนั้นก็ได้พาตนออกทะเลไปหาปลาเล็กมาทำเป็นอาหารเลี้ยงปลากะพง ก็ได้บังคับข่มขืนตนเรื่อยมา จึงคิดว่าถ้าหากอยู่ที่นี่ต่อไปจะถูกลุงข่มขืนเรื่อยไป จึงได้ออกอุบายว่าคิดถึงบ้าน ขอกลับไปเยี่ยมพ่อและย่า ลุงกับป้าให้เงินค่ารถ 1,000 บาท พอกลับมาอยู่บ้านประจำเดือนก็ไม่มา เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของสาวทอม แต่ท้องก็เริ่มโต ลูกในท้องก็เริ่มดิ้น ทำให้ย่าสงสัยพาไปหาหมอตรวจครรภ์ พบว่าตั้งท้องได้ 6 เดือนแล้ว พ่อและย่าเค้นสอบจึงยอมรับว่าถูกลุงข่มขืน
ด้านผู้เป็นย่า นางสี นามสมมุติ อายุ 67 ปี เมื่อทราบว่าหลานสาวท้องเพราะถูกลูกเขยผู้เป็นลุงข่มขืน จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายเกษมว่าทำไมต้องมาทำกับหลานแบบนี้ ได้รับคำตอบว่า อยากให้หลานสาวที่เป็นทอมเป็นผู้หญิงจริงๆ ยินดีรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากปรึกษากับญาติพี่น้องแล้วจึงโทรกลับไปอีกครั้ง คราวนี้นายเกษมปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ทำอะไร ไม่รับผิดชอบ หลานมันใจแตกเอง ตนเสียใจมากจึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกเขยให้ถึงที่สุด แต่พวกตนมีฐานะยากจน ไม่มีเงินที่จะมาใช้จ่ายหรือจ้างทนาย จึงอยากให้ทางราชการหรือส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยเหลือด้วย
ส่วนนางสาวสุพัตรา อารีรมย์ นักจิตวิทยาบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า หลังจากมาพบกับครอบครัวน้องแดงผู้เสียหายแล้ว มีความประสงค์ยกลูกที่จะคลอดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้อยู่ในความอุปการะของบ้านพักเด็กและครอบครัวบึงกาฬ เบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท และจะพาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานการถูกข่มขืนจนตั้งท้องที่ สภ.เมืองบึงกาฬ ก่อนที่จะให้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับลุงที่ข่มขืนหลานที่ สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุต่อไป หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

