หน้าแรก ภูมิภาค นายกฯ ราไวย์ ...

นายกฯ ราไวย์ พา 6 ชาวเล ยื่นขอความเป็นธรรมหลังถูกจับข้อหาจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานสิรินาถ

11.01.18 | 21:56 น.

 


เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ นายนิรันดร์ หยังปาน หนึ่งในแกนนำชาวเลราไวย์ หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ ตลอดจนชาวเล จำนวน 6 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จับกุมเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา บริเวณอ่าวในทอน เขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยกล่าวหาว่าเข้ามาจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานฯ และพี่น้องชาวเลราไวย์จำนวนหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีที่ชาวเลถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุม และขอความชัดเจนรายละเอียดของมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล เพื่อพี่น้องชาวเลจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และไม่ผิดกฎหมาย ถึงนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีนายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการรับเรื่องแทน เนื่องจากผู้ว่าฯ ติดภารกิจ

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า การนำชาวเลราไวย์ที่ถูกจับกุม และตัวแทนจำนวนหนึ่ง มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าฯ ภูเก็ต เนื่องจากการพูดคุยกับพี่น้องชาวเลที่ถูกจับกุมทั้ง 6 คน ต่างยืนยันว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้เข้าไปจับปลาในเขตอุทยานฯ ตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการทอดสมอเรือเพื่อให้หนึ่งในชาวเลที่ประสบกับปัญหาโรคน้ำหนีบได้เบื้องต้น โดยปลาที่เห็นในเรือนั้น จับมาจากเขตทะเลใน จ.พังงา โดยใช้เหล็กแหลมยิงปลาเท่านั้น ส่วนชาวเลที่เห็นลงอยู่ในน้ำนั้น คนหนึ่งเพื่อรักษาอาการโรคน้ำหนีบ ขณะที่อีก 2 คน ลงอยู่ข้างเรือเพื่อทำธุระส่วนตัว แต่เจ้าหน้าอุทยานฯ ไม่รับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวทางเทศบาลฯ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้นำท้องถิ่น จึงได้มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวเลที่ถูกจับกุมดังกล่าว เพราะเมื่อเจอการดำเนินคดี จะมีผลกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพ รวมทั้ง จะต้องหาเงินมาประกันตัว ทำให้การใช้ชีวิตลำบากมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง ต้องการขอความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมติ ครม.เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ซึ่งเห็นชอบในหลักการแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนดังกล่าวมาปฏิบัติ เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติ และจะได้ไม่ไปละเมิดกฎหมาย

Advertisement

นายนิรันดร์ หยังปาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต อนุกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเลจังหวัดภูเก็ต และเป็นหนึ่งในแกนนำชาวเลราไวย์ กล่าวว่า ต้องการขอความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกจับกุม ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้ต้องการละเมิดกฎหมาย และไม่ได้ต้องการทำลายทรัพยากร โดยการทำประมงนั้นก็เพียงเพื่อการบริโภคเท่านั้น ดังนั้น ในการต่อสู้คดีจะยึดตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ซึ่งเห็นชอบในหลักการแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล โดยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเล ซึ่งมี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการฯ รวมทั้ง ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุทยานฯ เป็นต้น ได้ไปกำหนดขอบเขต และเครื่องมือในการทำประมงของชาวเล ซึ่งที่ผ่านมาได้กำหนดให้ใช้เครื่องมือได้ 17 ชนิด แต่จะกำหนดการใช้ในแต่ละพื้นที่ เช่น ในแหล่งท่องเที่ยวจะใช้ได้ 12 ชนิด เช่น เครื่องปั๊มลม หน้ากากสายยาง เหล็กยิง ปลาถังใส่ปลา เป็นต้น

นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า จากนี้จะนำเรื่องเสนอผู้ว่าฯ เพื่อรับทราบ และจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนประเด็นในเรื่องของมติ ครม.นั้น จะต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรายละเอียดที่ชัดเจน เพราะขณะนี้ทราบเพียงเบื้องต้นจากนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์เท่านั้น เมื่อทราบรายละเอียดแล้วจะได้แจ้งให้ทางผู้นำท้องถิ่น และชาวเลได้ทราบต่อไป