หน้าแรก ภูมิภาค สุดทน! เหม็นข...

สุดทน! เหม็นขี้หมู ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมนครพนม พบระบบบำบัดบกพร่อง

12.01.18 | 09:55 น.

วันที่ 12 มกราคม 2561 ที่ศูนย์ดำรงธรรม นายสุกิจ กลีบแก้ว ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม เชิญผู้ประกอบการแหลมทองฟาร์ม หมู่ 11 บ้านนาราชควายน้อย ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูและไก่เข้าชี้แจงจากกรณีมีชาวบ้าน ต.นาราชควาย และ ต.หนอง ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากฟาร์มหมูแห่งนี้โชยกลิ่นเหม็นตลอดเวลา โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังประกอบด้วย กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ปศุสัตว์ อบต. และตำรวจ ในห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในข้อร้องเรียนของชาวบ้าน มี นายสมประสงค์ มีสวัสดิ์ นายก อบต.นาราชควาย เป็นผู้แทน กล่าวคือ ฟาร์มดังกล่าวเปิดกิจการเลี้ยงหมูและไก่บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ริมถนนทางหลวงชนบทสายบ้านดอนโมง-นาราชควาย แต่ระบบบำบัดไม่ได้มาตรฐาน กลิ่นจึงโชยไปไกลหลายกิโลเมตรครอบคลุมหลายหมู่บ้าน แม้แต่สถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยนครพนมที่ตั้งอยู่บ้านเนินสะอาด แม้อยู่ห่างก็ยังได้กลิ่น โดยเฉพาะเวลามีลมพัดแรงกลิ่นยิ่งกระจายไปไกลกว่าปกติ และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมานานหลายปี จนทนไม่ไหวจึงรวมตัวกันเข้าร้องเรียน


จากนั้นนางอุทัย พนมเริงศักดิ์ อายุ 63 ปี เจ้าของฟาร์ม และนายอดิศักดิ์ พนมเริงศักดิ์ อายุ 34 ปี ลูกชายในฐานะผู้จัดการได้พาคณะเจ้าหน้าที่ลงตรวจพื้นที่ ก้าวแรกที่ลงจากรถก็ได้กลิ่นขี้หมูโชยเข้าจมูก พบระบบบำบัดยังมีข้อบกพร่องหลายแห่ง โดยเฉพาะท่อระบายน้ำเสีย ซึ่งใช้ระบบรางมีปัญหาเนื่องจากขาดความลาดเอียง ไม่สามารถระบายลงบ่อพักได้ จึงมีน้ำเสียขังอยู่ในรางจำนวนมาก และยังพบว่ามีการระบายน้ำเสียลงท่อสาธารณะไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ

นายพิพรรธพงศ์ พูดเพราะ สัตวแพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์นครพนม จึงแนะนำให้เปลี่ยนระบบระบายน้ำเสียจากรางมาเป็นท่อและปรับเป็นฟาร์มปิด ภาพรวมยังต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก เจ้าของฟาร์มต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน ขณะที่นางอุทัยกล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงหมูเพื่อชำแหละมาตั้งแต่ปี 2529 เริ่มแรกมีประมาณ 100 ตัว ปัจจุบันขยายใหญ่จนมีหมูในคอกกว่า 1,000 ตัว และเลี้ยงไก่เพิ่มอีก 6,000 ตัว การบำบัดจะต้องรอการแนะนำจากผู้ชำนาญการอีกครั้ง และนายอดิศักดิ์ผู้จัดการฟาร์มก็พร้อมจะพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อนำข้อชี้แนะต่างๆ ไปปฏิบัติให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด