คืบหน้ารถ จยย.ชนกัน ปิคอัพ แท๊กซี่ขยี้ซ้ำ จับรถปิคอัพที่เหยียบซ้ำได้แล้ว เจ้าของรถวัย 63 ปีรับสารภาพมองไม่เห็น ส่วนที่ขับรถถอยหลังนั้น เพราะต้องการหลบคนบาดเจ็บที่นอนอยู่ข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ 2 คัน ชนกันที่บริเวณสี่แยก ธกส.อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้รถ จยย.คันหนึ่งพุ่งเข้าไปในเลนขวามือและมีรถแท็กซี่วิ่งสวนมา จึงได้ชนรถ จยย.ที่กำลังพึ่งไถลไปตามถนนอย่างจังทำให้รถ จยย.ถูกชนกระเด็นกลับมาทางชายคนที่สวมเสื้อสีเขียวที่ถูกชนนอนอยู่กลางถนน รถ จยย.ที่ถูกแท็กซี่ชนได้กระเด็นไปชนรถ จยย.ที่ล้มคว่ำอยู่ ขณะที่ชายวัยรุ่นที่นั่งซ้อนรถ จยย.มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้เข้าไปดูอาการของคนขับรถ จยย.ที่ถูกรถแท็กซี่ชน โดยได้ทำการปั้มหัวใจ แต่ปรากฏว่าได้รถยนต์ปิคอัพสีแดงคันหนึ่งขับมาตรงที่คนเจ็บนอนอยู่และกำลังมีการปั้มหัวใจ ชายวัยรุ่ยพยายามยกมือโบกเตือนให้ทราบว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ แต่รถปิคอัพได้เหยียบซ้ำและลากคนเจ็บไปไกลประมาณ 5 เมตร ชายวัยรุ่นได้กระโดดหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด โดยคนขับรถปิคอัพได้ลงมาจากรถมาดูเมื่อพบว่า มีศพติดอยู่ใต้รถ ได้ขับรถถอยหลังเพื่อให้ศพหลุดออกจากใต้ท้องรถ
จากนั้น ได้ขับรถหลบหนีไปทันที เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.45 น.วันที่ 11 ม.ค.61 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 คน คือนายอนุชิต หรือแบ๊งค์ บาลิศรี อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. และมีนายพันธวัช หรือคิม นามโคตร อายุ 15 ปี นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และชายสวมเสื้อสีเขียวคือ นายประวิทย์ จันทร์คอย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 บ้านท่าบ่อ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานีได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด ร.ต.อ.บุญลักษณ์ เหลี่ยมแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 14 ม.ค. 61 ที่ สภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.บุญลักษณ์ เหลี่ยมแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ซึ่งเป็นร้อยเวรเจ้าของคดีนี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตนและเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน สภ.ขุขันธ์ สามารถติดตามจับกุมคนขับรถปิคอัพ ยี่ห้อนิสสัน สีแดง เสริมกระบะด้านท้าย หมายเลขทะเบียน บก 8954 ศรีสะเกษ พร้อมด้วย เจ้าของรถคือ นายบุญลือ ยอดมณี อายุ 63 ปี ชาวบ้านตาโสม ต.ตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ที่เป็นผู้ขับขี่รถไปเหยียบ นายอนุชิต หรือแบ๊งค์ บาลิศรี อายุ 25 ปี ผู้ขับขี่รถ จยย.ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่กลางถนน จนทำให้นายอนุชิต เสียชีวิตในเวลาต่อมาได้แล้ว พร้อมทั้งได้นำรถปิคอัพ และติดตามนำเอา รถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทข 9 ศรีสะเกษ มาจอดไว้ที่ สภ.ขุขันธ์
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบุญลือ ยอดมณี อายุ 63 ปี ชาวบ้านตาโสม ต.ตะเคียนราม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ที่เป็นผู้ขับขี่รถไปเหยียบ นายอนุชิต จนทำให้เสียชีวิต ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเพิ่งเดินทางกลับมาจาก อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านเกิด และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่กลางถนน โดยได้ขับรถมาช้า ๆ และรถได้เหยียบร่างของนายอนุชิต ซึ่งขณะนั้นตนรู้สึกเพียงว่าเหมือนกับรถเหยียบไปบนก้อนหิน ไม่คิดว่าจะเป็นคนบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ต่อมามีคนที่อยู่ข้างทางร้องบอกว่าตนขับรถชนคนอยู่ใต้ท้องรถ ดังนั้น ตนจึงได้จอดรถและเปิดประตูลงมามองหาว่ามีคนอยู่ใต้ท้องรถหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่เห็นใคร เห็นเพียงคนบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนนห่างออกไปประมาณ 3 เมตร ดังนั้น ตนจึงได้ถอยรถเพื่อที่จะหักหลบคนที่บาดเจ็บนอนอยู่ด้านหน้ารถ จากนั้นได้ขับรถกลับบ้าน ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะถอยรถเพื่อเหยียบซ้ำร่างของนายอนุชิตแต่อย่างใด

ขณะที่ นายสมพล โพธิ์ศรีสุข อายุ 55 ปี ชาว ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ที่เกิดเหตุ ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งมาชนในเลนของตนเอง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมารับผู้โดยสารที่ตัว อ.ขุขันธ์ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้เฉี่ยวชนกัน และรถจักรยานยนต์คันหนึ่งได้เสียหลักพุ่งข้ามเลนมาชนรถแท๊กซี่ที่ตนขับขี่มา ซึ่งตนเห็นว่ารถเสียหายเล็กน้อย จึงขับรถไปส่งผู้โดยสารยังจุดหมายและไม่ทราบว่าคนขับรถจักรยานยนต์ที่มาชนรถของตนในช่องทางเดินรถของตนจะเสียชีวิต เพราะว่าตนขับมาในช่องทางเดินรถของตน แต่ว่ารถจักรยานยนต์ได้พุ่งมาชนรถแท๊กซี่ในเลนของตนเอง ซึ่งตนไม่ได้ขับรถไปชนรถจักรยานยนต์ของนายอนุชิตที่เสียชีวิตแต่อย่างใด
ร.ต.อ.บุญลักษณ์ เหลี่ยมแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ซึ่งเป็นร้อยเวรเจ้าของคดีนี้ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้แล้ว ตนได้ตั้งข้อหากับนายบุญลือว่า ขับขี่รถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถหลบหนีไปโดยไม่ให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนอื่น ๆ ตนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากว่าต้องสอบสวนพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน และขณะนี้ได้ตรวจยึดรถปิคอัพ ยี่ห้อนิสสัน สีแดง เสริมกระบะด้านท้าย หมายเลขทะเบียน บก 8954 ศรีสะเกษ ของนายบุญลือ และรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทข 9 ศรีสะเกษ เอาไว้ เพื่อให้ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจสอบในวันที่ 15 ม.ค.61 เพื่อตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อไป

ขอบคุณภาพจาก เฟสบุ๊ค คนขุขันธ์

