กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาต้อนรับวันครู เมื่อบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งข้าราชการครูบำนาญซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จำนวนนับร้อยคน นำโดยนายสมประดิษฐ์ ไตรยวงศ์ ประธานสภาครูและบุคลาการทางการศึกษาจังหวัดมุกดาหาร นำบุคลากรทางการศึกษาเดินทางไปชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการทำงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหารต่อนายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร อันเนื่องมากจากบริหารงานไม่โปร่งใส จนเกิดความเสียหายเดือดร้อนต่อสมาชิกเนื่องจากในการปันผลประจำปี 2560 สมาชิกได้รับเงินปันผลเฉลี่ยคืนเพียงร้อยละ 1.17 ซึ่งต่ำมาก
นายสมประดิษฐ์ กล่าวว่า การบริหารงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด ตั้งแต่ปี 2558 จนถึง 2560 มีการบริหารงานไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส ขาดการตรวจสอบ กรรมการดำเนินการถูกครอบงำจากอำนาจของบุคคลภายนอกเข้ามาชี้นำอยู่เบื้อหลัง หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด และมวลสมาชิกอย่างมหาศาลจนยากแก่การเยียวยาหรือฟื้นฟูกิจการได้ จึงจำเป็นต้องยื่นหนังสือขอให้ 3 หน่วยงานประกอบด้วย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร กองบังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส)จังหวัดมุกดาหาร และสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร เข้ามาให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีประเด็นหลักของข้อเสนอ 5 ข้อ คือ 1 ให้คณะกรรมการดำเนินการหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการใดๆ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ 2 ให้ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ควบคุมกิจการโดยพลัน 3 ให้ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการทางการเงินและบัญชีสัญญาเงินกู้ต่างๆ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในโครงการและกิจกรรมที่สหกรณ์ได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2560 รวมทั้งการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ว่ามีความถูกต้องหรือไม่ 4 ให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของคณะกรรมการดำเนินการว่ามีรายได้จากการทุจริตภายในสหกรณ์หรือไม่ 5 หากตรวจพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามระเบียบหรือกฎหมายต่อไป

ต่อมานายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 มกราคม 2561 ถึงสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร ว่าจังหวัดมุกดาหารพิจารณาพิจารณาแล้วเห็นว่าพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 บัญญัติเกี่ยวกับการตรวจสอบกำกับดูแลสั่งระงับการกระทำการที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์และสมาชิกตัวอย่างชัดเจนแล้วจึงให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมุกดาหารตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วรายงานความคืบหน้าให้จังหวัดมุกดาหารทราบทุกเดือนจนกว่าจะแก้ปัญหาแล้วเสร็จโดยครั้งแรกให้รายงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง พร้อมให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน ผู้ให้ข้อมูลและผู้เกี่ยวข้อง อย่าให้ได้รับความไม่เป็นธรรมอันอาจเกิดจากการร้องเรียนหรือให้ข้อมูลครั้งในครั้งนี้ด้วย
และยังได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารโดยให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรณีมีบุคคลด้านการศึกษาเป็นคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหารจำกัดถูกร้องเรียนในครั้งนี้แล้วรายงานความคืบหน้าให้จังหวัดมุกดาหารทราบทุกเดือนจนกว่าจะได้ข้อยุติโดยครั้งแรกให้รายงานภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

นายวัชระพงษ์ วิกัลปาว์ ทัศคร ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจการสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สมาชิกสหกรณ์บางส่วนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งเผื่อหนี้จะสูญ ก็เลยไปทำการร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากเป็นระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์ ปี 2544 กำหนดให้สหกรณ์จะต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ ซึ่งก็คือการกันเงินรายได้ของสหกรณ์บางส่วนเอาไว้เผื่อมันจะเป็นหนี้สูญ ซึ่งทำให้เงินปันผลลดลง แต่ตัวเงินยังอยู่ในระบบสหกรณ์ จากนั้น ก็เป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร จะต้องไปติดตามเร่งรัดลูกหนี้ให้ชำระหนี้ในส่วนที่ได้กันไว้ ไม่ใช่เป็นการตัดหนี้สูญอย่างที่สมาชิกบางส่วนเข้าใจ ส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จะมีการทุจริตหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ
ส่วนข่าวที่ว่ามีเงินหายไปจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด 100 – 200 ล้านบาท นั้น ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เป็นการเข้าใจผิด เพราะสหกรณ์เป็นองค์กรธุรกิจที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่แสวงหากำไร วัตถุประสงค์จะไม่เหมือนห้างหุ้นส่วน บริษัท ที่ต้องการผลกำไรสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น โดยส่วนวัตถุประสงค์ของสหกรณ์จะอยู่ในมาตรา 33 ของ พระราชบัญญัติสหกรณ์ คือส่งเสริมผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ของบรรดาสมาชิก โดยการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีคำว่ากำไร หรือสรุปก็คือ สหกรณ์ทุกแห่งตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกเท่านั้น
นายวิรัตน์ ภานนท์ สหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญก็ประมาณ 500 กว่าบัญชี โดยเป็นการผิดนัดไม่ชำระหนี้ประมาณ 20 กว่าราย คิดเป็นร้อยละ 3 ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามทวงถามหนี้สินเอากับสมาชิกที่ไม่ยอมส่งเงินชำระหนี้แบบเป็นรายคน เพื่อให้สหกรณ์มีเงินรายได้กลับคืน เพื่อให้เป็นกำไรต่อไป ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของปีที่ผ่านมา
นายพายัพ ไตรยวงศ์ ทนายความประจำสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด กล่าวว่า การดำเนินการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ของสมาชิกสงสัยจะสูญแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สมาชิกที่ออกไปแล้ว ก็จะดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดี ส่วนสมาชิกที่ยังไม่ออกก็จะให้มาปรับโครงสร้างหนี้ แล้วดำเนินการชำระหนี้ต่อไปตามระบบของสหกรณ์ หรือเปลี่ยนสัญญาใหม่โดยเรียกหลักประกันเพิ่ม แต่ในส่วนสมาชิกที่ไม่ยอมให้ความร่วมในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก็จำเป็นต้องฟ้องร้องบังคับคดี ยึดทรัพย์เออกขายทอดตลาดเข้ามาเป็นรายได้ของสหกรณ์ต่อไป
ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าปัญหาเรื่องเงินปันผล ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักที่สำคัญแหล่งหนึ่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และอาจส่งผลกระทบต่อการคุณภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูในสถานศึกษา จะได้รับการตรวจสอบและแก้ไขอย่างไรต่อไป

