เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 มกราคม ที่ศาลาประชาคมหมู่ที่ 1 บ้านเชียงเพ็ง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร นายสมัย คดเกี้ยว อายุ 56 ปี กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำเซบาย ต.เชียงเพ็ง นำชาวบ้านกว่า 300 คน พร้อมรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเดินขบวนจากหมู่บ้านเพื่อมายืนหนังสือคัดค้านกระบวนการชี้แจงการเปลี่ยนแปลงผังโครงการและรูปแบบการผันน้ำและใช้น้ำจากลำเซบาย โครงการโรงผลิตน้ำตาลทรายของบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์(อำนาจเจริญ) จำกัด เนื่องจากหากมีการสร้างจริงอาจสร้างมลภาวะและความเดือนร้อนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามลำเชบาย ต่อนายชัยยุทธ เล็กอ่อง ผอ.บริหารโครงการมิตรผลอำนาจเจริญ ที่มาทำความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับกระบวนการชี้แจงการเปลี่ยนแปลงผังโครงการและรูปแบบการผันน้ำและใช้น้ำจากลำเซบาย ที่ศาลาประชาคมบ้านเซ หมู่ 2 ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยบรรยากาศมีชาวบ้านที่สนับสนุนโรงน้ำตาลน้ำรถกระบะและรถ 10 ล้อ มาขวางทางเข้าไปยังศาลาประชาคมของกลุ่มคัดค้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเจรจาเพื่อให้นำรถออกไป จึงไม่มีการกระทบระหว่างสองฝ่าย นอกจากนี้มียังมี นายสุพิศ สามารถ นายอำเภอป่าติ้ว และพ.ต.ท.ชาตรี โชคชนะวรกิตกุล รอง.ผกก.ปป.สภ.ป่าติ้ว และสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์

นายสมัย กล่าววว่าตามที่ บริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์(อำนาจเจริญ) จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตน้ำตาลทรายดิบและพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล มีแผนงานในการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งทางโครงการได้ชี้แจงผังของโครงการและกระบวนการในการจัดการต่างๆ ของโครงการทั้งหมดให้ประชาชนในพื้นที่ ส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่สนใจรับฟังไปแล้วในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งทุกกระบวนการชาวบ้านได้ทำหนังสือคัดค้านทุกครั้ง เนื่องจากทางโครงการไม่มีการให้ข้อมูลรายละเอียดโครงการ ข้อดี ข้อเสีย รวมทั้งข้อมูลไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความเป็นจริงของพื้นที่ที่จะจัดตั้งโครงการ ดังนั้นกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ซึ่งได้ติดตามกระบวนการต่างๆของโครงการมาโดยตลอด ทางกลุ่มเห็นว่าปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนของโครงการที่จะดำเนินการในพื้นที่ รวมถึงกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดของโครงการที่จะมาดำเนินการในพื้นที่และสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการขั้นตอนต่างๆไม่ถูกต้อง ฉะนั้นทางกลุ่มขอคัดค้านการจัดเวทีรับฟังการชี้แจงและจะไม่เข้าร่วมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่บริษัท และจากรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ได้พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลทราย ที่โครงการยังไม่สามารถอธิบายได้หลายประเด็น ดังนี้
1. พื้นที่ตั้งไม่เหมาะสม ใกล้ชุมชน เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทับลำห้วยสาธารณะ ที่ตั้งโครงการใกล้ถนนที่ชุมชนใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ที่ตั้งโครงการต้องไม่ขัดกับผังเมือง
2. พื้นที่ตั้งโครงการทับลำห้วยสาธารณะ
3. ขัดแย้งต่อทิศทางและนโยบายของการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ
4. ความไม่น่าเชื่อถือของรายงาน EIA ฉบับเดือนมิถุนายน 2560
5. ความไม่ชอบธรรมของกระบวนการจัดทำ EIA และความไม่น่าเชื่อถือของบริษัทผู้จัดทำ EIA
6. การใช้น้ำจากลำเซบาย มีการใช้น้ำแหล่งเดียวกับชาวบ้าน ซึ่งปริมาณน้ำลำเซบายไม่เพียงพอต่อกิจกรรมของชาวบ้าน และสถานการณ์น้ำไม่แน่นอนในแต่ละปี ขาดรายละเอียดการใช้น้ำของชุมชนโดยรอบ ทำให้ชาวบ้านตระหนักดีว่า น้ำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ขาดน้ำชาวบ้านอยู่ไม่ได้ และทรัพยากรน้ำก็มีอยู่อย่างจำกัดและไม่เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคของประชาชนตลอดสายน้ำลำเซบาย เช่น กรณีในเขตตำบลเชียงเพ็ง มีการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ ประมง การประปาตลอดทั้งปี หรืออาชีพอื่นๆ ของคนในชุมชน และผู้นำฝ่ายปกครองท้องถิ่นก็ทราบดีมาโดยตลอดในปัญหาน้ำไม่เพียงพอ และเกิดการบริหารจัดการน้ำร่วมกันมาโดยที่เป็นลายลักษณ์อักษรคือ บันทึกข้อตกลงร่วมกันในบริหารจัดการน้ำภาครัฐและประชาชนในท้องที่เพื่อการป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งการแก้ปัญหาใดๆ เรื่องน้ำในอนาคต ควรมีการรับฟังและมีกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชนพื้นที่นั้นๆ ให้ร่วมตัดสินใจด้วย เพราะการดำเนินการก่อสร้างดำเนินการเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทางระบบนิเวศตลอดสายน้ำ ต้องมีการมีการมีส่วนร่วมตัดสินใจจากประชาชนพื้นที่ก่อนเสนอโครงการ หากชาวบ้านเห็นชอบจึงมีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมตามลำดับ เป็นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการและเป็นการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยทั่วไป โครงการอุตสาหกรรมประเภทนี้มีการใช้น้ำในปริมาณมากต่อวัน และต้องมีบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อประกอบธุรกิจ ในโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลทรายของบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท มิตรผลไบโอ พาวเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด นี้ก็เช่นเดียวกัน แม้โครงการจะมีมาตรการเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำของโรงงานอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่มาตรการป้องกันปัญหาให้ชุมชนแต่อย่างไร กลับเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้น้ำรายใหม่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก กลับเป็นการเพิ่มปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ไม่เชื่อมั่นว่าการขอใช้น้ำของโครงการดังกล่าว จะไม่เกิดผลกระทบต่อชาวบ้าน สมมุติหากโครงการโรงงานอุตสาหกรรมได้ตั้งในอนาคต ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมมีน้ำใช้เพียงพอ แต่ชาวบ้านโดยรอบมีปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ยังจะก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีร่าง พรบ.น้ำ ฉบับปี 2560 ที่มีการกำหนดระเบียบการใช้น้ำ ให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถทำการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ผันน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะสำหรับใช้ในกิจการโรงงานอุตสาหกรรมได้ ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น และเป็นการตีค่าทรัพยากรน้ำให้ด้อยคุณค่าเหลือเพียงปัจจัยการผลิตในเชิงเศรษฐกิจเท่านั้น

กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง เล็งเห็นว่าน้ำคือชีวิต น้ำเป็นปัจจัยต้นทุนของวิถีชีวิต อันหมายถึงคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน เพราะชาวบ้านที่พึ่งพิงลำน้ำแห่งนี้ดำรงชีพทำมาหากิน และลำเซบายเปรียบเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงทุกคนในชุมชนตลอดสายน้ำ ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำเซบาย ต.เชียงเพ็ง จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการอนุญาตให้ใช้น้ำผันน้ำและสูบน้ำ จากลำเซบาย แก่โครงการโรงงานผลิตน้ำตาลทรายของบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท มิตรผลไบโอ พาวเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด เพราะส่งผลกระทบต่อวงจรการพัฒนาทางสังคมเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ตลอดจนระบบนิเวศแวดทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ชาวบ้านไม่ยินยอมให้โรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้นใช้น้ำจากลำเซบายโดยเด็ดขาด และคัดค้านที่จะมีโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก
7. คัดค้านกระบวนการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจกับเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชุมชนในโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลทรายและโรงไฟฟ้าชีวมวล
8. ประเด็นความแตกแยกในชุมชน
9. ผลกระทบจากการปลูกอ้อยที่มีต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
10. แรงน้ำใช้และความพอเพียงของน้ำดิบมีข้อขัดแย้งกับเกษตรกรที่ใช้น้ำ
11. ไม่ได้ศึกษาเส้นทางจราจรทั้ง 4 เส้นทางให้ครอบคลุม เนื่องจากเป็นถนน 2 เลนหลักและมีการใช้สัญจรร่วมตั้งแต่เช้าจรดเย็นมีรถรับส่งนักเรียนมีชุมชนทั้งอยู่ริมทางมีทางแยกทางโค้งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางเพราะว่ารถขนส่งอ้อยต้องผ่านเส้นทางมาจากป่าติ้วน้ำปลีกเส้นมาจากนาหมอม้าน้ำปลีกเส้นมาจากหัวตะพานน้ำปลีกและเส้นมาจากอำนาจเจริญน้ำปลีกทั้ง 4 เส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นเส้นทางในการบรรทุกอ้อยเพราะจะส่งผลทำให้เกิดการสัญจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งรีบการตกหล่นของอ้อยระหว่างการขนส่งการติดขัดของการจราจรและอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นรถบรรทุกอ้อยบดบังสายตาและทิวทัศน์ในการมองถนนก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนเมื่อลดผ่านชุมชนสถานศึกษาสถานที่ราชการ
12. เอกสารแสดงรายละเอียดกิจกรรมกลุ่มรักบ้านเกิดและเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำเซบายเช่นการขอขึ้นทะเบียนป่าชุมชนและแนวทางการอนุรักษ์ป่าจากชมรมฮักแพงป่ากิจกรรมให้ความรู้เรื่องผลกระทบจากโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลการประชุมกลุ่มข้าวและกลุ่มอนุรักษ์สายน้ำเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรของท้องถิ่นเพื่อให้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชุมชนอย่างยั่งยืนเป็นต้น
นายสมัยกล่าวต่อว่าจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่ากระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นผ่านมาแล้วและที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2561 นั้นเป็นเวทีที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่บริษัทเท่านั้น และขัดต่อหลักการการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ตำบลเชียงพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร จึงขอคัดค้านกระบวนการชี้แจงการเปลี่ยนแปลงผังโครงการและรูปแบบการผันน้ำ ใช้น้ำจากลำเซบาย โครงการโรงผลิตน้ำตาลทรายของบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของ บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์(อำนาจเจริญ) จำกัด ในครั้งนี้
นายชัยยุทธ ผอ.บริหารโครงการมิตรผลอำนาจเจริญ กล่าวเพียงสั้นๆว่าที่บริษัทกระบวนการชี้แจงการเปลี่ยนแปลงผังโครงการและรูปแบบการผันน้ำและใช้น้ำจากลำเซบาย ของโครงการโรงผลิตน้ำตาลทรายของบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์(อำนาจเจริญ) จำกัด ให้แก่ชาวบ้านเซ หมู่ 2 ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กลุ่มคัดค้านเดินทางมายืนหนังสื่อคัดการที่บ้านเซ หมู่ 2 ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนโรงงานน้ำตาลนำรถกระบะและรถ 10 ล้อ มาขวางทางเข้าไปยังศาลาประชาคมของกลุ่มผู้สนับสนุนเพื่อไม่ให้กลุ่มคัดค้านเข้าไปยื่นหนังสือ แต่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเจรจาต่อรองให้นำลดออกไป โดยกลุ่มสนับสนุนได้นำรถออกไปโดยดีจึงไปมีการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่าย

