เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 6 ถนนพิชัยสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร สภ.นครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำสำนวนการสอบสวนคดีร่วมกันทุจริตโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี และกลุ่มผู้นำชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครสวรรค์ ตั้งปี 2554 กว่า 100 แฟ้ม พร้อมด้วยนายมานพ ศรีผึ้ง อดีตนายกอบจ.นครสวรรค์และพวก จำนวน 13 คน ว่า กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีร่วมกันทุจริตโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี และกลุ่มผู้นำชุมชนของ อบจ.นครสวรรค์

ในการอนุมัติให้โอนงบประมาณเพิ่มจากของกองคลัง กองกิจการพาณิชย์และกองส่งเสริมคุณภาพชีวิต เป็นงบประมาณโครงการอื่นๆ จำนวน 9 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8,648,180 บาท เกินความจำเป็นมาใช้จ่ายในโครงการส่งเริมศักยภาพกลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรีแม่บ้านและกลุ่มผู้นำชุมชน ทั้งที่มีงบประมาณตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกตามโครงการนี้ได้ตั้งไว้ก่อนแล้ว จำนวน 8,300,000 บาท รวมใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 16,948,180 บาท

พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร สภ.นครสวรรค์ กล่าวว่า คดีนี้มีผู้ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีทางอาญา กรณีการทุจริตโครงการส่งเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรีแม่บ้าน และกลุ่มผู้นำชุมชน ของ อบจ.นครสวรรค์ ปีงบประมาณ 2554 ทางดีเอสไอได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนและพิจารณาแล้วเห็นว่ายังมิใช่คดีความผิดทางอาญาที่เป็นคดีพิเศษ เป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ปปช. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ทาง ปปช.ส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครสวรรค์ ทำการสอบสวน สอบพยานไปถึง 17,000 ราย
พบว่าการดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการฯ ได้มีการขออนุมัติจัดกิจกรรมและดำเนินการรวมทั้งสิ้น 45 รุ่น รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 16,368,180 บาท เช่นสถานที่ วิทยากรผู้บรรยาย สถานที่ศึกษาดูงาน และสถานที่พักอาศัยในระหว่างไปศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมของรุ่นๆ ของแต่ละรุ่น มิได้ดำเนินการครบถ้วนตามโครงการที่กำหนดไว้ทุกรุ่น เช่น รุ่นที่ 5 รุ่นที่ 6 รุ่นที่ 23 และ รุ่นที่ 43 ไม่มีการดำเนินการจัดกิจกรรมใดๆ เลย และมีการทำบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ อันเป็นเท็จ และมีการปลอมลายมือชื่อและลายพิมพ์ฯมือผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อนำไปเบิกจ่าย ถือว่าร่วมกันกระทำผิดจริง จึงได้นำสำนวนและนำตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาสำนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 6 เพื่อดำเนินคดีต่อไป

