หน้าแรก ภูมิภาค ผลพวงหมอกควัน...

ผลพวงหมอกควัน ทำชาวพะเยาป่วย ‘หัวใจหลอดเลือด-ทางเดินหายใจ’ พุ่ง 500%

23.03.16 | 13:10 น.

 

วันที่ 23 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ขจร วินัยพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)พะเยา กล่าวว่า จากการรายงานจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคที่เฝ้าระวังผลกระทบจากปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดพะเยา สัปดาห์ที่ 11 ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคม 2559 จาก 7 โรงพยาบาล ใน 4 กลุ่มโรค พบว่าสถานการณ์ของผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคปี 2559 กับปี 2558 ที่ผ่านมาไม่แตกต่างกันในช่วงเวลาเดียวกัน คือ 1. กลุ่มโรคตาอักเสบ รวม 292 ราย ร้อยละ 60.50 2.กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด จำนวน 2,885 ร้อยละ 597.75 3.กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด จำนวน 2,598 ร้อยละ 538.28 และ 4.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ จำนวน 271 ร้อยละ 56.15 ซึ่งผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค สังเกตว่ากลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด และกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิดจะมีจำนวนผู้ป่วยและอัตราป่วยสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ

นพ.ขจร กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ของหมอกควันที่เป็นปัญหาด้านคุณภาพอากาศในขณะนี้เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาไม่มีความแตกต่างกัน แต่สถานการณ์หมอกควันนั้นแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอด บางวันหนาแน่นมาก บางวันก็เบาบาง ด้วยความไม่ประมาท ทาง สสจ.พะเยา ได้สนับสนุนหน้ากากอนามัยจำนวน 43,000 ชิ้น ให้แก่ทุกอำเภอทั่วจังหวัดพะเยา 9 อำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่เป็นผู้ป่วยในกลุ่มโรคเฝ้าระวัง และขอให้ทางโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ช่วยเฝ้าระวังสถานการณ์ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรคข้างต้นอย่างใกล้ชิด และให้เจ้าหน้าที่ อสม. ร่วมกันให้ข้อมูลในการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากปัญหาหมอกควัน เช่น การหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กควรอยู่ในบ้านที่ไม่มีหมอกควันหนาแน่น

ขณะที่ สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยาในวันนี้ โดยสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ วัดเมื่อเวลา 12.00 น.ที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา พบค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ในจำนวน 134 ไมโครกรัม/ลบ.เมตร ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ด้านนายรัฐวุฒิชัย ใจกล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่หมอกควันของไฟป่าจะมาจากพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เขตติดต่อระหว่าง จ.พะเยา กับ จ.ลำปาง ที่ อ.วังเหนือ ซึ่งมีเทือกเขาดอยหลวงหลังกว๊านพะเยาเป็นสันกั้นระหว่างสองพื้นที่ มีการรายงานว่าพื้นที่ด้าน อ.วังเหนือ ที่ติดกับเทือกเขาดอยหลวงจะมีการลักลอบเผาทุกวันโดยเฉพาะเวลากลางคืน จากนั้นควันพิษจะลอยมารวมตัวกันอยู่เหนือกว๊านพะเยาและในเขต อ.เมือง หากไม่มีลมพัดควันพิษเหล่านั้นจะกลายเป็นหมอกควันในตอนกลางวัน ทำให้ฟ้าหลัว ประชาชนแสบตา แสบจมูก เป็นอย่างมาก

Advertisement