หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯกระบี่...

ผู้ว่าฯกระบี่เรียก’ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว’ เพิ่มมาตรการความปลอดภัยหลังกรณีสปีดโบ๊ต

16.01.18 | 11:25 น.

เมื่อวันที่ 16 มกราคม  ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เชิญผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน มาตรการก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์กระจายข้อมูลข่าวสารในการทำหน้าที่ในการกระจายข่าวเหตุการณ์ให้มีความถูกต้อง ผ่านระบบการสื่อสารต่างๆ ให้มีข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน

ด้านนายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณท่าเทียบเรืออุทยานแห่งชาติฯ และบริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา และหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ กำชับกัปตันเรือ คนเรือ และไกด์นำเที่ยว ในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เรือทุกลำจะต้องไม่บรรทุกเกินที่กำหนด เรือทุกลำต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เสื้อชูชีพ และถังดับเพลิงประจำเรือ จะต้องมีก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก

โดยนายวรพจน์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ต คิงโพไซดอน ที่หน้าถ้ำไวกิ้ง หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเรือที่ท่าเทียบเรืออุทยานฯ เพื่อท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ และยังคงมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

ด้านความคืบหน้าคดี พ.ต.ท.เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ์ สวญ.สภ.เกาะพีพี กล่าว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ตของบริษัทจำหน่ายเครื่องยนต์ เรือสปีดโบ๊ตมาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดระเบิด ไฟไหม้เรือ คิงโพไซดอล 959 ที่บริเวณกลางทะเลหน้าถ้ำไวกิ้ง หมู่เกาะพีพี เมื่อสองวันที่ผ่านมา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการกู้ขึ้นมาจากน้ำ ลากมาขึ้นฝังที่เกาะพีพี เป็นเครื่องยนต์เรือขนาด 250 ซีซี 3 เครื่อง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ สำหรับการตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเรือลำดังกล่าวต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเครื่องยนต์ที่ลากมาอย่างละเอียดก่อน แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมตั้งข้อหาประมาทกับคนขับเรือและพนักงานในเรือ เพราะหลังสอบปากคำทุกคนในเรือให้การตรงกันว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุคนขับเรือรู้ว่ามีกลิ่นน้ำมันลอยออกมา แต่ยังขับเรือต่อไป แม้จะพยายามหาสาเหตุของกลิ่นน้ำมัน แต่ตำรวจระบุว่า ในทางหลักการหากพบความผิดปกติและไม่สามารถแก้ไขได้ทันที ควรหาเรือมาสับเปลี่ยนนักท่องเที่ยวก่อน

Advertisement

ขณะที่ส่วนความเป็นไปได้ สาเหตุที่จะทำให้เรือระเบิด จากข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่าเรือระเบิดเพราะถังน้ำมันรั่ว ด้านผู้เชี่ยวชาญเรือสปีดโบ๊ต ระบุว่า โอกาสที่ถังน้ำมันจะรั่วแม้จะเป็นไปได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้น โดยปัจจัยที่จะทำให้ถังน้ำมันรั่ว นอกจากการเรือถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดเรือ ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากผู้ดูแลเรือไม่ล็อกถังน้ำมันให้แน่นก่อนออกเดินเรือ ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากสายน้ำมันรั่ว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ดูแลรักษา หรือไม่ได้ซ่อมบำรุงเมื่อถึงเวลา

ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่เข้าตรวจสอบซากเรือ ระบุว่า การตรวจสอบสาเหตุเรือระเบิดยากพอสมควร เนื่องจากซากเรือส่วนใหญ่ลอยไปกับน้ำหมดแล้ว โดยเฉพาะตัวถังน้ำมัน สายน้ำมัน หรือสายไฟต่างๆ การตรวจสอบหลังจากนี้อาจต้องเทียบเคียงกับเรือที่ใกล้เคียงกัน