หน้าแรก ภูมิภาค เสี่ยเบนซ์ชกร...

เสี่ยเบนซ์ชกรปภ. เข้าพบพนง.สอบสวนสภ.ป่าตอง ยอมรับผิด-ชดใช้ ผู้การฯภูเก็ต สั่งสอบใบอนุญาตฯ พกปืน

16.01.18 | 17:50 น.

จากกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์คลิปขณะที่มีคนขับรถเบนซ์เปิดประทุนคันหนึ่งพร้อมเพื่อนชาวต่างชาติ เกิดการทะเลาะวิวาทและทำร้ายเจ้าหน้าที่รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่งบริเวณทางเข้าโรงแรมดัง ซึ่งระบุว่าบนพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตนั้น


ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา บริเวณทางเข้าและทางออกของ โรงแรมรอยัล พาราไดซ์ ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี เทศบาลเมืองป่าตอง โดยมีผู้ถูกทำร้ายเป็นเจ้าหน้าที่รปภ. ซึ่งดูแลทางเข้าออก ได้รับบาดเจ็บคือ นายเจษฎา ทองเอียด อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายชนะ ธรรมวิชัย อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจในพื้นที่หาดป่าตอง

ด้าน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ป่าตอง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยตอนเกิดเหตุนั้น ผู้ก่อเหตุได้รับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ออกมาจากซอยโรงแรมดังกล่าว และทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้มีการเรียกขอตรวจบัตรตามปกติ สร้างความไม่พอใจให้กับคนขับรถเบนซ์ และได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่รปภ. พร้อมทั้งได้กระชากคอเสื้อมาชกต่อย นอกจากนี้ได้มีการชักปืนออกมาข่มขู่ หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยทางร้อยเวรเจ้าของคดีได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร จากนั้นได้เรียกตัวมาสอบสวน

“จากคำให้การของผู้ก่อเหตุบอกว่า ปืนที่ใช้ในการข่มขู่นั้นเป็นปืนบีบีกัน และผู้ก่อเหตุก็มีปืนจริงขนาด 9 มม.ด้วย 1 กระบอก ซึ่งเก็บไว้ที่บาร์เบียร์ และได้มีการนำปืนทั้งสองกระบอกมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้บาดเจ็บมาให้การด้วยว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นกระบอกใด เพราะทั้งสองกระบอกมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งก็ได้สั่งการพนักงานสอบสวนไปแล้วว่า ให้ตรวจสอบด้วยว่า สำหรับปืนจริงนั้นมีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ และให้ไปดูที่บาร์เบียร์ที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเอาปืนไปเก็บไว้นั้น เข้าข่ายสถานประกอบการหรือไม่ เพราะหากนำปืนไปไว้ในบาร์เบียร์ที่เปิดเป็นสถานบริการก็มีความผิดด้วย ซึ่งเมื่อเรียกตัวมาสอบปากคำแล้วก็คงต้องแจ้งข้อกล่าวหาเลย ส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขณะนี้กลับไปรักษาตัวที่บ้านแล้ว ซึ่งในการแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ขณะนี้รอใบรองแพทย์เพื่อยืนยันบาดแผลก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป”พล.ต.ต.ธีระพลกล่าว

Advertisement

พล.ต.ต.ธีระพล กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหานั้น รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เนื่องจากมีหลักฐานซึ่งเป็นคลิปชัดเจน เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอตรวจบัตร ซึ่งในการตรวจบัตรอย่างเข้มข้นนั้น ถือเป็นมาตรการที่ดีในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปในสถานที่นั้นๆ เพราะเราไม่ได้มีเรื่องของปัญหาอาชญากรรมอย่างเดียว แต่ยังเป็นพื้นเป้าหมายในการก่อวินาศกรรม และอื่นๆ ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละพื้นที่เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแต่ละบริษัทที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมที่พักต่างๆ อย่างเข้มงวด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสภ.ป่าตอง เพื่อพบกับ คือ นายชนะ ธรรมวิชัย อายุ 37 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้นายชนะ กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ประมาณ 05.00 น. ได้ขับรถไปส่งลูกค้าที่โรงแรมดังกล่าว ซึ่งที่ประตูทางเข้า ไม่มีคนเฝ้า ไม่มีการปิดรั้วกั้น ก็เลยขับเข้าไป ตามปกติเมื่อเข้าไปถึงหน้าฟรอนต์ของโรงแรม ลูกค้าจะลง ตอนนั้นมีรปภ.เดินมาบอกว่าให้ตนกลับไปทางออกเพื่อเอาตั๋วจอดใหม่ ตนก็บอกว่ามาถึงนี้แล้ว ขอเวลาให้ลูกค้าลงก่อน และขอให้ช่วยดูแลลูกค้าก่อนแทนที่จะสนใจเรื่องบัตรจอด เขาก็บอกว่า ไม่ได้ตามกฎ ต้องกลับไปเอา ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินรถทางเดียว และระยะทางไกล ซึ่งตนคิดว่าขณะนั้นมันไกลและเวลาตี 5 รวมถึงคิดว่าเขาจะต้องคิดถึงแขกเป็นเรื่องหลัก จึงโมโห ต่อว่าว่าทำงานอย่างนี้ได้ยังไง เข้มขนาดนี้แต่ทำไมไม่มีคนเฝ้าทางเข้า หรือเอาไม้กั้น หลังจากนั้นจึงเรียกรปภ.ให้ช่วยพยุงนักท่องเที่ยวขึ้นโรงแรม แต่รปภ.ยังทวงถามแต่เรื่องบัตรจอด จนลูกค้าต่างชาติถามว่า มีปัญหาอะไร ตนได้เล่าให้ฟังว่าเขาให้กลับไปเอาบัตรจอดแทนที่จะดูแล จนลูกค้าไม่พอใจ และขอให้ขับรถออกไปเพราะไม่อยากพักที่นี่แล้ว ตนจึงขับรถพาลูกค้าออกไป ระหว่างทางไปถึงทางออก ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวยู ตนได้ยินวิทยุสื่อสารของรปภ.ที่อยู่ตามจุดสนทนากันว่า มันใหญ่มาจากไหนอย่าให้มันออก สกัดไว้ก่อน เมื่อไปถึงหน้าป้อม จึงลงไปถามว่าพวกคุณมีอะไรกันนักหนา แค่มาส่งลูกค้า แทนที่จะสนใจลูกค้า ทำไมไม่สนใจ มาสนใจเรื่องใบจอดรถ ถ้าเข้มขนาดนั้นต้องมีรปภ.อยู่ข้างหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบว่าประตูเสีย ตนจึงตอบว่าต้องหาทางออกซิ ไม่ใช่มาแก้ที่ปลายทาง และช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลา ตี 5 ซึ่งก็ง่วงนอน สุดท้ายถามไปว่าตกลงจะเปิดมั้ย รปภ.ตอบว่าไม่เปิด ต้องไปเอาบัตรจอดมาก่อน จึงโมโหจะเข้าไปกระชากคอเสื้อ ซึ่งตนอยู่ข้างนอก เขาอยู่ในตู้ ตอนกระชากเขาต่อย แต่ตนหลบและต่อยเขาไปทีนึง ซึ่งขณะนั้นในคลิปอาจจะไม่เห็น จากนั้นตนได้เดินไปที่ประตูด้านหลังและดึงรปภ.คนดังกล่าวออกมา เพื่อมาคุยว่าทำไมไม่ยอมเปิด จากนั้นตนพยายามดันรปภ.ขึ้นรถเพื่อจะพาเขามาคุยที่โรงพักว่ามีสิทธิอะไรไม่ให้ตนออกไป เพราะปกติเช่นถ้าเป็นตำรวจจราจรมีการล็อกล้อเมื่อจอดรถผิดที่ผิดทาง เราก็เข้าใจ แต่เมื่อเป็นรปภ. ไม่สามารถกัก ไม่ให้ไป ซึ่งเราเองก็มาส่งลูกค้าของโรงแรม

นายชนะ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับผิด ความจริงไม่อยากใช้ความรุนแรง และขอรับผิดตลอดข้อกล่าวหาที่ทำร้ายร่างกาย หลังเกิดเหตุก็ได้ออกมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมเจรจา แต่วันนั้นทางผู้เสียหายยังไม่มา วันนี้เป็นวันที่สอง ก็มา ทั้งนี้อยากขอโทษ และยอมรับผิดและพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย แต่ก็ยังติดต่อคู่กรณีไม่ได้ และเหตุการณ์นี้ถ้าถามว่าใครทำก่อนนั้น ตนยอมรับว่าไปกระชากคอเสื้อรปภ.ก่อน และยอมรับผิด เขาเองอาจจะต่อยสวนมาเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่ตนจะต่อยไป ยอมรับว่าอารมณ์ขึ้น จึงคิดจะพาตัวเขามาโรงพัก เขาไม่ยอม จึงยื้อกันอยู่ประมาณ 5 นาที สุดท้ายก็ถามว่าตกลงจะเปิดมั้ย มันดึกแล้ว และตนก็มีสุนัขมาด้วย ไม่อยากมีปัญหา แต่ก็เกิดปัญหา ส่วนเรื่องปืนนั้นเป็นปืนบีบีกัน เนื่องจากเห็นว่ารปภ.มีหลายคนเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงดึงออกมาเพื่อขู่ไว้ ยอมรับว่าสติไม่ค่อยมีเพราะทำงานดึกและลากยาวหลายชั่วโมง พักผ่อนน้อย ประกอบกับดื่มมาเล็กน้อยทำให้ขาดสติ

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณทางเข้าออกของโรงแรม มีเจ้าหน้าที่รปภ.มาทำงานตามปกติ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ถูกทำร้ายรายดังกล่าวมาทำงาน โดยทางเจ้าหน้าที่โรงแรมรายหนึ่งซึ่งดูแลพื้นที่ระบุว่า ผู้ใหญ่ของโรงแรมได้มีคำสั่งให้พนักงานโรงแรมและเจ้าหน้าที่รปภ.ซี่งเป็นบริษัทภายนอกงดให้สัมภาษณ์สื่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี แต่ยินดีที่จะให้บันทึกภาพบางส่วนในพื้นที่ ทั้งนี้ยังระบุอีกว่า จะมีการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่มีการเผยแพร่ภาพคลิปขณะเกิดเหตุ เนื่องจากไม่ได้มีการขออนุญาต และเป็นการละเมิดพื้นที่กรรมสิทธิ์ของโรงแรม ในส่วนของเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ถูกทำร้ายนั้น ทางฝ่ายบริหารโรงแรมก็ได้มีการหารือที่จะมอบเงินเยียวยาในภายหลัง