หน้าแรก ภูมิภาค เร่งตรวจสอบสภ...

เร่งตรวจสอบสภาพเรือสปีดโบ๊ต2ลำหาสาเหตุเรือชนกลางร่องน้ำภูเก็ต

17.01.18 | 13:19 น.

กรณีเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ต 2 ลำ ชื่อสตกมล 333 และเรือพิมพ์รชา 5 ชนกันบริเวณลำคลองอ่าวสะปำ ปากทางเข้าท่าเทียบเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 16 มกราคม 2561 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 10 คน เบื้องต้นนักท่องเที่ยวดังกล่าวเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ด้วยเรือสำราญขนาดใหญ่ ชื่อ คอสต้า ครุยส์ วิคตอเรีย ซึ่งจอดลอยอยู่ที่บริเวณหน้าอ่าวป่าตอง ในช่วงเช้าได้มีการแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตและอ่าวพังงา ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ประสบเหตุนี้มีจำนวน 29 คน ได้เดินทางมาขึ้นเรือสปีดโบ๊ตชื่อ สตกมล 333 ซึ่งมีนายอนุชา งานแข็ง อายุ 49 ปี เป็นกัปตันเรือ ที่ท่าเทียบเรือดังกล่าว เพื่อเดินทางไปยังอ่าวพังงา ก่อนกลับเพื่อขึ้นฝั่งในช่วงเย็น เมื่อเรือเดินทางมาถึงปากทางก่อนจะถึงท่าเทียบเรือรอยัลภูเก็ตมารีน่าเล็กน้อย ได้มีเรือพิมรชา 5 ซึ่งมีนายอรัญ ช่วยการกล้า อายุ 22 ปี เป็นกัปตันเรือ และมีลูกเรืออีก 2 คน กำลังนำเรือออกจากท่าเรือเดียวกันเพื่อกลับไปจอดที่บริเวณอ่าวยามู ต.ป่าคลอก อ.ถลาง หลังส่งนักท่องเที่ยวเสร็จแล้ว แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นลำคลองในช่วงที่มีความคดเคี้ยว ได้เกิดเฉี่ยวชนกันขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ล่าสุด วันที่ 17 มกราคม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานเจ้าที่ภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดบนเรือสตกมล 333 และเรือพิมพ์รชา 5 ซึ่งถูกลากมาจอดเก็บอยู่ภายในพื้นที่ของท่าเรือโบ๊ตลากูน ต.เกาะแก้ว ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ โดยเรือสตกมล 333 ได้ถูกยกขึ้นบนคานเนื่องจากกราบเรือด้านซ้ายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถลอยน้ำได้ ภายในเรือมีข้าวของกระจัดกระจาย แต่เครื่องยนต์ไม่ได้รับความเสียหาย ขณะที่ เรือพิมพ์รชา 5 นั้นจอดลอยลำอยู่ในจุดจอดเรือ สภาพมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภูเก็ต ได้ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมบนเรือทั้งสองลำ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์หาสาเหตุในภายหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน จะทราบผล ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้มีการสอบปากคำคนขับเรือและผู้เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างรวบรวบสรุปสำนวนก่อน แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย” กับทั้งสองฝ่าย

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานเจ้าที่ภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต เพิ่มมาตรการเข้มข้น ทั้งตรวจสอบสภาพเรือ ใบอนุญาตตัวเรือ พนักงานเรือ มาก่อนหน้าตั้งแต่เกิดเหตุเรือระเบิดที่เกาะพีพี จ.กระบี่ สำหรับเคสล่าสุดนั้นเกิดจากความประมาท ซึ่งเกิดขึ้นจากตัวบุคคล ยากที่จะควบคุมแต่จะต้องหามาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนขับเรือด้วย ส่วนในภาพรวมนั้นเร็วๆ นี้ จะหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เพื่อพูดคุยเรื่องการแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวต้นทางไปยังปลายทางก่อนลงเรือเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ