เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2561 ที่บ้านเลขที่ 188 บ.นาหยาด ม.6 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวพบกับนายสนอง ใยสว่าง อุ 46 ปี นางวี ใยสว่าง อายุ 43 ปี พ่อแม่ ของ ด.ญ. อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ร.ร.เทศบาล 3 ทน.อุดรธานี ที่โรงเรียน-ครู ถูกด่าในโลกออนไลน์ หลังจากมีการโพสต์ภาพ-ข้อความลงในเพจ “Nam Nam” ว่า ด.ญ.ถูกเพื่อนถีบจนหมดสติ โดยไม่ได้รับการดูแลจากโรงเรียน แม้โรงเรียนออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลที่นำไปเผยแพร่ไม่ครบถ้วน ทุกฝ่ายดูแลตามขั้นตอน เรื่องน่าจะยุติด้วยดี แต่เพจดังกล่าวยังไม่ถูกลบ ยังถูกแชร์จากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 26,000 ครั้งเป็น 36,000 ครั้ง
นายสนองและนางวีฯ ร่วมกันเปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้อยากเรียกร้องเงิน แต่อยากเป็นกรณีศึกษาไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงครอบครัวไม่เห็นด้วย คนโพสต์เฟซบุ๊คเป็นหลานสาวอยู่ต่างประเทศ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเด็กทั้งสอง มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลาผ่านทางโซเชี่ยล เรื่องทั้งหมดที่โพสต์มาจากปากลูกสาวคนโต ที่เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ด้วยความเป็นห่วงน้อง ครอบครัวกลัวจะมีการฟ้องร้อง ระหว่างโรงเรียนและหลานสาว จึงอยากขอความเป็นธรรมตรงนี้
“ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากโรงเรียน และไม่อยากให้โรงเรียนเสียหาย แต่หัวอกพ่อแม่ต้องห่วงลูกทุกคน และอยากจะทราบว่า ต่อไปนี้ถ้าลูกเป็นอะไรไปจะช่วยอะไรลูกได้ไหม วันนี้ลูกก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่ อยากให้พูดชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนกรณีที่จ่าย 10,000 บาทเป็นเงินที่ทางผู้ปกครองของเด็กชายจ่ายทำขวัญ คนที่เอาไปโพสต์ก็เป็นหลานแท้ๆ หากไม่เอาลงทางโรงเรียนจะมาดูแลหรือไม่ ซึ่งที่เขาเอาไปโพสต์เพราะเขารู้เรื่องราวทั้งหมด ”พ่อแม่เด็กหญิงกล่าว
ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน นายสนองและนางวี พ่อแม่และพี่สาว ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า เพื่อพบกับนายสุรพล แจ่มวุฒิปรีชา รองนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี , น.ส.อารีรัตน์ นุตะภิบาล ผอ.รร.เทศบาล 3 บ้านเหล่า และคณะผู้บริหารโรงเรียน เพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีการสอบถามความต้องการของครอบครัวเด็กนักเรียน และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกเหตุการณ์ทั้งหมด แม้ว่าบางเรื่องที่ยังไม่ตรงกัน ก็ขอให้ยุติสิ่งที่ทำให้บาดหมางกัน
นายสุรพล กล่าวว่า เชิญทุกฝ่ายมาคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน ไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นเคืองใจต่อกัน ครอบครัวนี้ก็ถือเป็นคนของ เทศบาลนครอุดรธานี เพราะพ่อแม่ก็ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงจะไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ คนที่โพสต์ก็เป็นอดีตนักเรียนที่นี่ ถือเป็นลูกหลานเราเช่นกัน โดยครอบครัวจะไปพูดคุยกับน้อง ให้ลบทุกโพสต์อีกครั้ง ถือว่าจบกันด้วยดีทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันแล้ว ต่อไปจะได้นำลูกสาว ไปตรวจร่างกายอีกครั้งเพื่อความสบายใจ และจะกำชับให้ครูในสังกัดดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด
นายสนองฯ เปิดเผยอีกครั้งว่า เมื่อได้พูดคุยกันกับทุกฝ่ายแล้วก็สบายใจ ตอนนี้ลูกสาวมีอาการดีขึ้น แต่ยังต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอย่างมีอาการหวาดผวา แน่นหน้าอกเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน หากตรวจร่างกายแล้วหายดีแล้ว ก็จะให้มาโรงเรียนตามปกติ เพราะน้องเองก็คิดถึงครูที่โรงเรียนและเพื่อน ส่วนหลานสาวที่โพสต์เฟซบุ๊ค คงต้องโทรไปพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

