หน้าแรก ภูมิภาค ผู้แทนพระองค์...

ผู้แทนพระองค์วางพานพุ่มพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ผู้ว่าสุพรรณฯจัดบวงสรวงวันแรกคึกคัก

18.01.18 | 17:57 น.

วันกองทัพไทย ผู้แทนพระองค์วางพานพุ่มสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ว่าฯ จัดพิธีบวงสรวงวันแรก ประชาชนคึกคักนำช้างกลับมาแสดงยุทธหัตถีจริง


เวลา 06.00 น.วันที่ 18 ม.ค. ที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชนธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี ได้นำข้าราชการทุกหน่วยงาน ภาคเอกชน เหล่ากาชาดจังหวัด และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะบูชาดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย และขอพระบรมราชานุญาตเปิดการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 2561 มีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาฉันต์ภัตตาหารเช้า และสวดพระชัยมงคลคาถา

พร้อมทั้งได้ทำพิธีคล้องพวงมาลาที่บริเวณงวงช้าง พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และนำเครื่องเซ่นไหว้อาหารคาว หวาน ผลไม้ ไหว้สักการะดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการทำศึกสงครามยุทธหัตถี เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อเวลา 08.39 น. ส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งฝ่ายปกครอง เหล่ากาชาดจังหวัด ทหาร ตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชน ได้ทำพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้สด บริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อเป็นการสักการะบูชา

เวลา 10.30 น. ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์วางพานพุ่มดอกไม้สดของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ จุดธูปเทียน ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วันที่ 18 มกราคม ซึ่งเป็นวันกองทัพไทย โดยมีนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นางจุฬารัตน์ วันไชยธนวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร พ่อค้า และประชาชน เข้าร่วมพิธี

Advertisement

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระนามเดิมว่าพระนเรศ หรือพระองค์ดำ เป็นราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตริย์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่พระวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก มีพระเชษฐภคินี คือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชา คือ สมเด็จพระเอกาทศรถ พระนามของพระองค์ปรากฎในลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 สิริรวมการครองสมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทย จากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล

ความเป็นมาวันกองทัพไทยนั้น เกิดขึ้นจากการทำสงครามยุทธหัตถี ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2135 ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าว จึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่าย ซึ่งระหว่างที่การรบกำลังดำเนินอยู่นั้น ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถก็ได้ไล่ล่าศัตรูไปจนออกนอกเขตแดน จนทำให้ทั้งสองพระองค์ตกไปอยู่ในวงล้อมของศัตรูโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ พระองค์ก็มีพระสติ พระองค์ทรงแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทรงทำยุทธหัตถี ท้ายที่สุดแล้วพระองค์ก็สามารถกระทำยุทธหัตถีทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีกองทัพใด กล้ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกเลย ทำให้ในสมัยนั้นไทยได้ขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งการทำยุทธหัตถีในครั้งนั้น ถือว่าเป็นการทำยุทธหัตถีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย จึงถือว่าวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี คื อ วันกองทัพไทย

เวลา 19.00 น. วันนี้ ที่สนามกีฬาลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี จะมีพิธีการแสดงแสง สี เสียง ไลท์แอนท์ซาวน์ การกระทำยุทธหัตถี ในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 2561 เป็นวันแรก โดยในปีนี้ได้มีการนำช้างจริง ม้าจริง กลับมาร่วมแสดงอีกครั้ง หลังจากที่ไม่มี มา 2 ปี และมีนักแสดงรวมกว่า 500 ชีวิต ทั้งฉาก ระบบไฟ ระบบแสง สี เสียงสวยงามตระการตา โดยใช้เวลาในการแสดงประมาณ 1 ชม.15 นาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากสำคัญ เช่น ฉากประกาศอิสรภาพ ฉากพระแสงดาบคาบค่าย และฉากกระกระทำยุทธหัตถีระหว่างองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชา ทำได้อย่างดีเยี่ยมสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างยิ่ง

สำหรับการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 ม.ค.ถึงวันที่ 1 ก.พ.มาว่า หลังจากที่นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี และคณะกรรมการจัดงาน ได้ตัดสินใจดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชาวสุพรรณบุรีทุกภาคส่วน ในการนำเอาช้างจริงกลับมาแสดงแสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถี เพื่อเทิดพระเกียรติ์และร่วมกันรำลึกถึงพระมหาวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แทนการใช้ช้างการ์ตูนเอนิเมชั่นบนจอLEDแสดงบนจอภาพขนาดใหญ่ เช่นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยการแสดงจะมีขึ้นรวม 10 รอบ ในวันที่ 18-19-20-21-25-26-27-28 -30-31 ม.ค. ซึ่งในปีนี้ คาดว่าบรรยากาศจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง