เป็นอีกไฮไลต์สำคัญใน “งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ประจำปี 2561” ที่นอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ และจับมือทางธุรกิจยางพาราแล้ว ยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยในงานมีการนำศิลปะนาฏศิลป์ของประเทศไทย และศิลปะการฟ้อนรำของประเทศเพื่อนบ้านมาจัดแสดงด้วย
นายวงไซ วงศ์พระจันทร์ หัวหน้ากองอำนวยการกองศิลปากรแห่งชาติ สปป.ลาว ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักแสดงกองศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า ครั้งนี้นำนักแสดงประมาณ 47 ชีวิตมาร่วมจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมลาวที่งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ เพื่อแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และได้เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมให้ผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นการแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพของสองประเทศที่แน่นแฟ้นกว่าเก่า

“การแสดงครั้งนี้ ได้รับความร่วมไม้ร่วมมือเป็นพิเศษจากพี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยทางจังหวัดบึงกาฬได้ติดต่อไปยังกระทรวงแถลงข่าววัฒนธรรมและท่องเที่ยว สปป.ลาว และได้เชื้อเชิญศิลปินจากกองศิลปินแห่งชาติมาแสดงโดยข้าเจ้านำการฟ้อน ชนชาติ ชนเผ่าลาว และเลือกชนชาติลาวบางส่วนจาก 49 ชนเผ่ามาแสดง แล้วก็มีการร้องเพลงมิตรภาพและเพลงไทย เป็นการแสดงที่เตรียมมาอย่างเต็มที่ และสุดความสามารถ”
นายวงไซกล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ได้มาจังหวัดบึงกาฬ ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปที่จังหวัดใกล้กันอย่าง จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี ครั้งนี้รู้สึกประทับใจธรรมชาติของ จ.บึงกาฬมาก ที่นี่มีต้นยางพาราเยอะมาก ซึ่งที่ สปป.ลาว ยังเริ่มปลูกต้นยางพารา กำลังสร้าง กำลังผลิต และพัฒนาก็อาจจะไม่ทันประเทศไทย

นายลำทอง พุทธิวงค์ รองหัวหน้ากองอำนวยการกองศิลปากรแห่งชาติ สปป.ลาว และศิลปินแห่งชาติ ด้านการแสดง สปป.ลาว ปี 2010 กล่าวว่า ข้าพเจ้าดำรงชีวิตเป็นศิลปิน เรียนรู้ด้านนาฏศิลป์ หรือศิลปะการฟ้อนและการแสดง ครั้งนี้ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่ได้นำศิลปะการแสดงจากประเทศลาว จากศิลปินรุ่นใหม่มาร่วมแสดงในงานวันยางพาราและการชาดบึงกาฬ คณะของเรามาร่วมเป็นครั้งที่ 2 แต่ครั้งนี้มีความหมายที่สุดเพราะนอกจากเราจะได้เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของลาวที่เป็นมรดกจากบรรพบุรุษแล้ว ในปีนี้ยังเป็นปีท่องเที่ยวประจำปี 2018 ของ สปป.ลาว จึงเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมเพื่อให้ นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านและทุกประเทศทั่วโลกได้เข้ามาเยือน สปป.ลาว





