หน้าแรก ภูมิภาค คดีอุ้มพ่อ-แม...

คดีอุ้มพ่อ-แม่-ลูก ส่อเอี่ยวขบวนการโจรกรรมรถ คาดตามมาเอารถคืน-ให้แก้สัญญา

19.01.18 | 15:22 น.

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 มกราคม 2561 นายอรรถพล (สงวนนามสกุล) พร้อมกับภรรยาถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้อาวุธปืนบังคับให้ขึ้นรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียน กน 5903 ลพบุรี ขณะไปส่งลูกที่โรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ได้สร้างความตระหนกตกใจกับทั้งครูและผู้ปกครอง จากนั้นชายฉกรรจ์ได้พาหลบหนีไปทางอำเภอวังสะพุง และเวลาต่อมานายอรรถพลพร้อมกับภรรยาและลูกถูกปล่อยลงกลางทาง


ความคืบหน้าล่าสุด มีการแชร์โพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 เป็นภาพของนายอรรถพลและภรรยากำลังเซ็นเอกสารแก้ไขสัญญาจำนองรถยนต์อยู่หน้าร้านวังสะพุงศึกษา ถนนภูมิวิถี ในตัวเมืองวังสะพุง พร้อมพิมพ์ข้อความระบุว่า นายอรรถพลมีพฤติกรรมชอบหลอกลวงซื้อ-ขายจำนองรถยนต์จากเต็นท์รถมือสองหลายแห่งในจังหวัดแถบปริมณฑลแล้วหลบหนีมาจังหวัดเลย ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของเต็นท์รถยนต์ได้ว่าจ้างกลุ่มชายฉกรรจ์มาตามเอารถคืน พร้อมบังคับให้ลงชื่อแก้ไขสัญญา แล้วปล่อยตัวทั้ง 3 คนไปโดยปลอดภัย

หลังจากนั้น เมื่อช่วงสายวันที่ 19 มกราคม 2561 พ.ต.อ.สุจินต์ นาวาเรือน ผู้กำกับ สภ.วังสะพุง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบสวน โดยเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านวังสะพุงศึกษา พบว่าเวลาประมาณ 09.15 น.วันที่ 17 มกราคม 2561 หนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุบังคับนายอรรถพลขึ้นรถพร้อมกับครอบครัว ได้เข้ามาซื้อสมุดบัญชีเล่มใหญ่ 1 เล่ม โดยสวมหมวกสีแดง สวมแว่นตาดำ แล้วเดินออกไปหน้าร้าน ก่อนที่จะมีการบังคับให้นายอรรถพลลงชื่อแก้ไขสัญญาจำนองรถยนต์

นายสิทธิชัย เอี่ยมกิจ เจ้าของร้านวังสะพุงศึกษา เปิดเผยว่า ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาซื้อสมุดก็เห็นว่ามีรถมาจอดต่อท้ายกันหลายคัน ตนก็ก้มหน้าก้มตาขายของ เมื่อคนร้ายได้สมุดก็ออกไปยืนอยู่ที่รถ ได้ยินเสียงพูดกันดังเล็กน้อย โดยที่ตนไม่สนใจว่ามีเหตุการณ์อะไร

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กองปราบปรามได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดเลยเพื่อร่วมสอบคดีนี้ด้วยแล้ว เนื่องจากสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุและผู้ถูกกระทำอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์ โดยมีลูกชายนายตำรวจใหญ่แถบจังหวัดปริมณฑลเป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งคดีนี้มิใช่การกรรโชกทรัพย์ทั่วไป แต่เป็นคดีปล้นทรัพย์ เพราะใช้อาวุธปืนและกระทำผิดร่วมกันเกินกว่า 3 คน