วันที่ 19 มกราคม 2561 ที่บ้านเลขที่ 47/2 หมู่ 3 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักอาจารย์ปี๊บ อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง โดยด้านหน้าบ้านได้ตั้งเป็นตำหนักปู่ฤาษีนารอด ทองคำ บนบ้านเปิดเป็นสำนักสักยันต์อาจารย์ปี๊บ ศิษย์ปู่ฤาษีนารอด ประทานพร เปิดสักยันต์ ลงนะหน้าทอง สักเสน่ห์เมตตา หลังจากทราบว่าได้รอดชีวิตกลับมาจากต่างประเทศ หลังอาจารย์ปี๊บถูกผู้ว่าจ้างให้เดินทางไปสักยันต์ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนเศษ
โดยก่อนเดินทางกลับ ทางผู้ว่าจ้างได้พาไปรับประทานอาหารในร้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในชนบทแล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คนใช้สเปรย์พริกไทยฉีดเข้าที่ดวงตาและตรงเข้ารุมทำร้าย โดยการใช้อิฐทุบตามร่างกาย และใช้มีดแทง ทำให้เสื้อยืดที่ใส่อยู่ด้านในขาดแต่ไม่มีบาดแผลจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับทางบ้านได้รับความเสียหาย และต้องสูญเงินไปกว่า 2 แสนบาท แต่ยังโชคดีที่เจ้าของร้านอาหารให้การช่วยเหลือนำตัวอาจารย์ปี๊บไปติดต่อกับทางกงสุลไทยในประเทศจีน และพาไปส่งที่สนามบิน พร้อมกับได้มอบโทรศัพท์มือถือของตนเองให้กับอาจารย์ปี๊บได้ใช้ติดต่อกับครอบครัวในระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย
ด้านนายยงยุทธ โตคีรี หรืออาจารย์ปี๊บ อายุ 31 ปี เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายอเล็กซ์ หรืออาเล่อ ให้เดินทางไปสักยันต์ที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 เดือน โดยให้ค่าจ้าง 150,000 บาท พร้อมออกค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไป-กลับให้เรียบร้อย โดยการเดินทางไปสักยันต์เป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งตนเองได้ทำการสักยันต์ให้กับลูกค้าทุกคนโดยไม่มีปัญหาอะไร พอถึงวันที่ครบกำหนดกลับประเทศไทย นายจ้างของตนเองที่เรียกว่าเถ้าแก่ได้พาตนเองไปรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งตนเองสังเกตว่าอยู่ในชนบท และนายจ้างมีท่าทีลุกลี้ลุกลน มีลักษณะท่าทางแปลกไปจากเดิม ประกอบกับตนเองได้สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มของ ชายฉกรรจ์ประมาณ 7-8 คน มาวนเวียนอยู่ในพื้นที่ร้านอาหารดังกล่าว
นายยงยุทธเล่าอีกว่า เมื่อตนเองเดินออกไปสูบบุหรี่บริเวณหน้าร้าน ได้มีชายฉกรรจ์ตรงเข้ามาใช้สเปรย์พริกไทยฉีดบริเวณใบหน้าเข้าที่ตาทั้ง 2 ข้าง ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนตา จึงได้วิ่งหลบหนีไปตั้งหลัก แต่ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวกลับวิ่งตามเข้ามา ใช้อิฐทุบตามร่างกายของตนเองและพยายามใช้มีดแทงแต่ไม่เข้า ถูกเสื้อยืดคอกลมที่ใส่อยู่ด้านในจนฉีกขาดเกือบทั้งตัว และชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวยังพยายามที่จะแย่งโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าซึ่งภายในบรรจุพาสปอร์ตและของมีค่าที่สำคัญที่ตนเองเก็บไว้ ซึ่งในขณะนั้นตนเองคิดว่าคงจะต้องตายแน่นอน เนื่องจากชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวมีรูปร่างสูงใหญ่ ตนเองจึงได้ตัดสินใจขัดขืนต่อสู้พร้อมกับร้องเสียงดังให้คนช่วย ซึ่งตนเองคิดอยู่ว่าจะต้องเอาชีวิตรอดเพื่อมาเจอแม่ ภรรยากับลูกสาวที่เพิ่งคลอดได้ 3 วันในประเทศไทยให้ได้ จนคนร้ายตกใจกลัว ต่างขึ้นรถยนต์หลบหนีไป
“จากนั้นจึงได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านอาหารช่วยติดต่อสถานกงสุลไทย และนำมาส่งที่สนามบิน โดยระหว่างทางได้เลี้ยงอาหารพร้อมกับมอบโทรศัพท์มือถือให้ 1 เครื่อง เพื่อใช้ในการติดต่อกับครอบครัวที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งรอดมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญ และขอให้ทุกคนคิดให้ดี หากถูกจ้างไปทำงานยังต่างประเทศให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะหากไว้ใจนายจ้างมากเกินไป ถ้าผมไม่ต่อสู้ขัดขืนก็คงจะเสียชีวิตอย่างไร้หลักฐานในต่างประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งอยากจะขอบคุณเจ้าของร้านอาหารที่ช่วยเหลือ และถ้ามีโอกาสอีกครั้งอยากจะเดินทางไปกราบขอบคุณเจ้าของร้านอาหารคนนี้ที่ได้ช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยมาพบเจอแม่ ภรรยา และลูกที่เพิ่งเกิดมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย”
ด้านนางนันท์นภัส มงคลเอี่ยม อายุ 47 ปี แม่ของอาจารย์ปี๊บ กล่าวว่า หลังจากตนเองได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากลูกชายว่าถูกทำร้ายในต่างประเทศก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และเป็นห่วงว่าลูกชายจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมากน้อยเท่าไร จึงได้ประสานไปยังนายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ในการประสานกับทางกงสุลไทยในประเทศจีนจนสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตนเองไม่อยากให้ลูกชายเดินทางไปต่างประเทศอีกแล้ว เพราะว่ากลัวอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจ และอยากกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือลูกชาย และเจ้าของร้านอาหารที่ช่วยพาลูกชายมาส่งถึงสนามบินจนกลับมาถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยต่อไป


