หน้าแรก ภูมิภาค วันยางพารา &#...

วันยางพารา ‘บึงกาฬ’ เปิดประตูสู่ภูมิภาค

19.01.18 | 17:46 น.

จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 “งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ 2561” ดังเช่นทุกปี มีผู้เข้าร่วมงานเนืองแน่นตลอดทั้งวัน และขาดไม่ได้คือ บรรดาแขกพิเศษที่บินข้ามประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนนวัตกรรม ความรู้ ตลอดจนการจับมือทางธุรกิจกับเกษตรกรชาวสวนยางพาราโดยตรง

ดังที่ พินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ระบุว่า ปีนี้ได้ยกระดับงานสู่ระดับภูมิภาค มีบรรดาประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงเข้าร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก เนื่องจากงานวันยางพารามีชื่อเสียงและได้รับการบอกต่อว่ามีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ จึงผลักดันให้คนในประเทศมาร่วมงานแล้วนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาต่อไป ยังมีพันธมิตรจากประเทศจีนระดับผู้นำด้านยางพาราทั้งหมดจะมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย

“การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัทจากเมืองจีนกับกลุ่มเกษตรกรจากประเทศไทย จำนวน 3 ฉบับด้วย”

ด้านผู้มาร่วมงานจาก สปป.ลาวที่ส่งตัวแทนเป็นประจำทุกครั้ง ปีนี้มี ดร.สุวรรณี ไซซะนะ ประธานสภาประชาชนแขวงบอลิคำไซ นำทีมเข้าร่วม

ดร.สุวรรณี ไซซะนะ กล่าวว่า ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำทีมงานเข้ามาร่วมงานกาชาดและงานวันยางพาราของจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2018 งานวันยางพาราฯ

Advertisement

ปีนี้ รวมถึงปีที่ผ่านมา จังหวัดบึงกาฬได้ให้เกียรติเป็นอย่างสูงเชื้อเชิญคณะจากแขวงบอลิคำไซเข้ามาร่วม และได้มีโอกาสเข้าร่วมทุกปีตั้งแต่การจัดงานครั้งแรก ขอแสดงความยกย่องชมเชยผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงานที่ให้เกียรติต้อนรับตัวแทนจากแขวงบอลิคำไซ

“งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี รู้สึกว่างานนี้เติบใหญ่ขึ้น กว้างขวาง อลังการขึ้นในแต่ละปี จากงานส่วนจังหวัดกลายเป็นทั่วทุกภาคในประเทศ กลายเป็นนานาชาติในขอบเขตภาคพื้น และกำลังจะกลายเป็นสัญลักษณ์อันหนึ่งในงานยางพาราขอบเขตอาเซียน ขอแสดงความชมเชยเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากการมาแสดงสินค้าทางการเกษตรอันบอกถึงความเจริญก้าวหน้า และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดบึงกาฬ นี่เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างแขวงบอลิคำไซและจังหวัดบึงกาฬ เพราะว่าในงานแต่ละปีได้มีการพบปะสังสรรค์ ร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรม การแข่งขันกรีดยาง และกิจกรรมอื่นๆ ล้วนแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีงาม”

ดร.สุวรรณีกล่าวว่า สำหรับแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และจังหวัดบึงกาฬ ราชอาณาจักรไทย มีความร่วมมือให้การช่วยเหลือกันเป็นปกติ ชายแดนทั้ง 2 ประเทศสงบ เต็มไปด้วยการซื้อขาย แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศด้วยดี รวมถึงมีการร่วมมือด้านอื่นๆ ตามกรอบที่วางไว้ รวมถึงจังหวัดบึงกาฬได้ช่วยฝึก พัฒนาฝีมือแรงงานให้ประชาชนและผู้ประกอบการในแขวงบอลิคำไซมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2560 ได้จำนวน 340 คน ในกลุ่มนี้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการปลูกและกรีดยางพาราด้วย

ดร.สุวรรณีกล่าวต่อว่า ขอรายงานให้ท่าน

ทราบว่าหากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ไม่ได้ริเริ่มการปลูกยางเมื่อกว่า 10 ปี ทั่วแขวงทั้ง 6 เมือง ที่ได้มีการปลูกแล้วกว่าแสนไร่ โดยปี 2560 ที่ผ่านมามีรายได้ให้เกษตรกรถึง 18 ล้านดอลลาร์ เป็นการถอดบทเรียนจากจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีบทเรียนอย่างหลากหลาย เห็นได้ว่ายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจ อุดมความมั่งมีให้แก่ชาวสวนยางอย่างแท้จริง

“ปีนี้ สปป.ลาวได้ประกาศเปิดปีท่องเที่ยวลาว ในโอกาสนี้ขอเรียนให้ทุกภาคส่วนได้สละเวลา หาโอกาสไปท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างๆ ขยายวงจรท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง เที่ยวชมธรรมชาติความสวยงามต่างๆ ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีเป็นอย่างสูงต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านพินิจ และบรรดาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ได้จัดงานวันยางพาราฯนี้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ” ดร.สุวรรณีกล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ หวง ดึ๊ก ววง รักษาการแทนกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมงานวันยางพาราฯครั้งนี้ เพราะเป็นงานที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อพี่น้องชาวบึงกาฬ ชักนำให้ประชาชนทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจนจังหวัดบึงกาฬยังเป็นจังหวัดที่ปลูกยางพาราจำนวนมาก และมีส่วนช่วยให้เกิดการจ้างงาน

“เราเชื่อมั่นว่าจังหวัดบึงกาฬเป็นสถานที่ที่มีความสะดวกเพราะติดต่อกับเขตชายแดน และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางอารยธรรมมากมาย ท้ายสุดนี้ผมขออวยพรให้ ฯพณฯทุกคน ตลอดจนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านมีความสุขเจริญ และงานยางพาราฯประสบความสำเร็จไปด้วยดี”

อีกบุคคลที่มีความสำคัญและสนับสนุนการจัดงานวันยางพาราอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งแรก อย่าง ยวน จงเสวียผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางและพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์แห่งประเทศจีน/ประธานกรรมการใหญ่บริษัท Mesnac กรุ๊ป จำกัด พูดถึงการจัดงานปีนี้ว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 ได้รับการเชิญมาร่วมงานวันยางและกาชาดบึงกาฬ และตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ถ้าปีไหนไม่ได้มาเองก็จะส่งตัวแทนจากศูนย์วิจัยยางและพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์แห่งประเทศจีน เเละบริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด ประเทศจีนมาร่วมงานทุกปี

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางฯให้คำแนะนำด้วยว่า วิธีการเพิ่มกำไรคือการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การทำหมอน ราคาดีกว่าขายน้ำยางหรือขายขี้ยาง รวมถึงนวัตกรรมผลิตล้อรถยนต์ ช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับผู้ประกอบการได้ ในด้านความร่วมมือจะเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตยางอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอันดับ 1 ของโลก ฉะนั้นไทยกับจีนยังไงก็ต้องจับมือเดินหน้ากันต่อไป

“ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางและพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์แห่งประเทศจีน ขอยืนยันว่าทางศูนย์วิจัยยางฯยินดีร่วมมือกับชาวสวนยางบึงกาฬและชาวสวนยางจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ตลอดจนเพื่อนบ้านในอาเซียนด้วย”

ด้าน ลี ซิวหัว รักษาการกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น ผู้สนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศจีนและประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดใหม่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพาราที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดแผนพัฒนายุทธศาสตร์ยางพาราเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเป็นอย่างดี ประเทศจีนกับไทยมีความร่วมมือกันเป็นอย่างดีในด้านอุตสาหกรรมยางพารา นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาประเทศไทยเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในการส่งออกยางพาราของโลก

ขณะที่ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในการผลิตและจำหน่าย และนำเข้ายางพาราของโลก ซึ่งนำเข้ายางปริมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกยางพาราของประเทศไทยด้วย

และเชื่อว่าความร่วมมือกับประเทศไทยจะมีการส่งเสริมต่อเนื่องในอนาคต