เมื่อวันที่ 20 มกราคม เวลาประมาณ 14.00 น. ที่เวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน มีเสวนาพิเศษ “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์ มหัศจรรย์งานศิลป์พระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9” โดย ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และนายสมชาย บุญประเสริฐ ช่างปั้นปูนสดเมืองเพชรบุรี
ดร.เกรียงไกรกล่าวว่า ตามความเชื่อ เขาพระสุเมรุเป็นสัญลักษณ์เชื่อมต่อกับเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยรอบของพระสุเมรุจะมีป่าหิมพานต์ที่มีสัตว์หิมพานต์อาศัยอยู่ ซึ่งในงานพระเมรุมาศครั้งนี้ก็มีการสร้างสัตว์หิมพานต์ เพื่อจำลองให้เห็นว่า อาคารเป็นเขาพระสุเมรุที่มีป่าหิมพานต์และสัตว์หิมพานต์อยู่รายรอบ รวมถึงจำลองสิ่งที่เรียกว่า จักรวาลทัศน์
“ผมอิจฉาคนบึงกาฬมาก ที่ท่านอาจารย์ผู้ปั้นสัตว์หิมพานต์จะมาสาธิตการปั้นให้ดู เพราะจากที่ได้ยิน หากจะได้ชมต้องไปกรุงเทพฯ เพราะยังไม่เคยนำออกมาจัดนิทรรศการที่จังหวัดอื่นมาก่อน ตลอดจนทักษะการปั้นปูนนั้น ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญไม่มากแล้ว เพราะเป็นทักษะที่ต้องอุทิศชีวิตในการที่จะเรียนรู้และรักษางานศิลปะเหล่านี้เอาไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ชาวบึงกาฬโชคดีมากๆ” ดร.เกรียงไกรกล่าว
ดร.เกรียงไกรกล่าวต่อว่า งานพระเมรุมาศครั้งนี้เรียกได้ว่าระดมสรรพกำลังของนายช่างใหญ่ของประเทศไทยในแขนงต่างๆ ทุกท่านมาช่วยและร่วมมือกัน เพื่อร่วมถวายพระเกียรติยศสูงสุดแก่ในหลวง ร.9 และในขณะดำเนินการนั้นมีเวลาจำกัด แต่ละท่านที่ร่วมทำงานก็เลยต้องมีทักษะขั้นสูงประกอบกับสร้างท่ามกลางฤดูฝนด้วย ตลอดจนมีการประยุกต์สร้างด้วยไฟเบอร์กลาสมากขึ้น ช่วยในการดำเนินการง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องอาศัยเรื่องของการประสานงานและการบริหารจัดการงานก่อสร้างด้วย พี่ๆ น้องๆ ที่ผมรู้จัก และมีโอกาสได้ถวายงานในครั้งนี้ล้วนแต่มาเล่าให้ผมฟังว่ารู้สึกภาคภูมิใจมาก

ด้านนายสมชายกล่าวว่า ทักษะการปั้นปูนนั้นสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เนื่องจากเป็นงานที่มีรากเหง้าความเป็นมาที่เก่าแก่ และการปั้นปูนสดพบได้มากในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ส่วนในภาคอีสานโดยส่วนมากเป็นงานแกะสลักหินที่สำคัญและมีความเก่าแก่พอๆ กัน และในปัจจุบันยังคงมีคนให้ความสนใจงานปั้นปูนสด และมีลูกศิษย์มาขอร่ำเรียนอยู่ไม่น้อย งานปั้นปูนสดมีความโดดเด่นเรื่องความทนทาน สามารถอยู่ได้หลายร้อยปี อาทิ งานของครูบาอาจารย์ท่านเก่าๆ ที่ยังหลงเหลือให้เราได้ศึกษา ที่เห็นได้ง่ายคือเจดีย์เก่าๆ ของศิลปะอยุธยา ศิลปะทางล้านนา เป็นต้น ซึ่งพอเวลาผ่านไปก็มีการปรับเปลี่ยนบ้าง ในเรื่องการใช้เครื่องมือ การจัดวาง เพื่อให้เหมาะสมกับความถนัดและยุคสมัยด้วย เช่นการปั้นล้อเลียนการเมือง ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะร่วมสมัย แต่กรรมวิธีในการทำยังคงเดิม
“ส่วนเรื่องสูตรการผสมปูนอะไรก็ไม่ได้เป็นความลับ ก็มีเผยแพร่โดยทั่วไป เพราะอยากให้ศิลปะเหล่านี้ยังคงอยู่ ส่วนการจะปั้นปูนให้ได้อย่างเชี่ยวชาญนั้นยังคงต้องใช้เวลาฝึกฝน” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า การคัดเลือกสัตว์หิมพานต์ที่จะมาประดับพระเมรุมาศ บริเวณสระอโนดาตนั้น เนื่องจากสัตว์หิมพานต์มีเยอะมาก บางส่วนจึงคัดเลือกและยึดแบบจากงานจิตรกรรมฝาผนังในวัดสุทัศน์ เพราะมีรายละเอียดว่าแต่ละตัวคือประเภทไหน และโดยส่วนมากสัตว์หิมพานต์เป็นสัตว์มงคลอยู่แล้ว จึงสามารถใช้ได้ทุกตัว อย่างไรก็ตาม สำหรับพระเมรุมาศนั้นจะมีสัตว์มงคลประจำทิศ และมีสัตว์หิมพานต์สายพันธุ์อื่นเสริมเข้ามา
ด้านรูปปั้นสัตว์หิมพานต์ที่มีการออกแบบขึ้นใหม่โดยอาจารย์สมชาย ประกอบด้วย สิงห์ใส่ชฎา สื่อความหมายของการเทิดพระเกียรติ สง่างาม และประเภทโคที่มีรูปแบบแตกต่างจากสมัยโบราณเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยของในหลวง ร.9 ด้วย โดยพยายามที่จะไม่ปรับเปลี่ยนจากของเดิมเกิน 20%
“ภูมิใจที่ครั้งหนึ่งได้ถวายงานเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 จึงรู้สึกภาคภูมิใจและตั้งใจทำให้เต็มที่” นายสมชายกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเสวนา นายสมชาย บุญประเสริฐ ได้สาธิตการปั้นสัตว์หิมพานต์ และมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการเสวนาจนเต็มทุกที่นั่ง ตลอดจนสอบถามข้อสงสัยตลอดงาน



