เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่สภ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา นายประภาส หมื่นแก้ว นายนพดล หมื่นแก้ว และน.ส.วัลยา ตนยาแหละ ลูกชายและลูกสะใภ้ พร้อมทนายความได้เข้าแจ้งความให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังจากที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เกือบ 10 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บุกเข้าตรวจค้นพักบ้านและเรียกเงิน 1 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดีเรื่องอาวุธปืน
พร้อมกับเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านสื่อ ทั้งนี้ นายประภาส เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 17 มกราคม เวลา 15.00 น. ได้มีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 24/1 หมู่ 2 ต.ทุ่งลาน อ.คลองหอยโข่ง สงขลา โดยอ้างว่าเป็นตำรวจ ป.ป.ส.ภาค 9 ไม่ต้องใช้หมายค้น จากนั้นจึงกระจายกันค้นบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ได้ปืนขนาด 9 มม.ในห้องนอนของตน แต่มีใบอนุญาตถูกต้อง
ชายอีกชุดได้เข้าไปในห้องพักชั้นล่างสักพักก็ออกมาพร้อมอาวุธปืน อ้างว่าพบปืนเถื่อนไทยประดิษฐ์ แต่ตนปฏิเสธว่าไม่มีปืนกระบอกดังกล่าวในบ้าน แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ก็พยายามยัดเยียดว่าเป็นปืนที่พบในบ้าน เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบ และนำตัวตนขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน เรียกเงินสด 1 แสนบาทเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ด้วยความกลัวตนจึงต่อรองเหลือ 6 หมื่น บาท แต่ไม่มีเงินสดจึงให้ภรรยานำปืน 9 มม.ไปจำนำกับเพื่อนบ้านได้เงินมา 55,000 บาทมาให้กลุ่มชายฉกรรจ์จึงยอมปล่อยตัวและขับรถออกไป
นายประภาส เล่าอีกว่า ที่หนักสุดคือกลุ่มชายฉกรรจ์ยังได้ขโมยเงินค่านมหลานวัย 9 เดือนที่อยู่ในตู้ 7,500 บาท ไปด้วยและระหว่างค้นบ้านได้บังคับให้ น.ส.วัลยา ลูกสะใภ้ที่กำลังเลี้ยงลูกชายวัย 9 เดือน ให้ถอดเสื้อใน กางเกงใน นุ่งผ้าถุงนั่งยองๆ เพื่อค้นหายาเสพติด ทำให้ลูกสะใภ้อับอายถึงกับร้องไห้ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัว
ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีแสง ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งหาเบาะแสคลี่คลายคดีนี้ซึ่งล่าสุดภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกรถของคนร้ายเอาไว้ได้ 3 คัน เป็นรถกระบะอีซูซุดีแมกสี่ประตูสีขาว รถเก๋งนิสสันอเมร่าสีดำ และรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีขาว และเจ้าหน้าที่กำลังตามแกะรอยรวมทั้งขยายผลว่าเป็นคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่


