หน้าแรก ภูมิภาค นักวิจัยยาง ช...

นักวิจัยยาง ชี้ รัฐ-เอกชนใน ‘บึงกาฬ’ หนุน แปรรูป-ตลาดเต็มที่ เกษตรกรพร้อมกว่าที่อื่น (ภาพชุด)

21.01.18 | 14:04 น.

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ครั้งที่ 6 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ประกอบกับเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงมีผู้ปกครองพาบุตรหลานทยอยร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางในจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาร่วมงานตลอดทั้งวัน โดยให้ความสนใจกับนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาการ ทฤษฎี นวัตกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และทีมนักวิจัยให้ข้อมูลตลอดงาน

นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า พัฒนาการของงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬที่จัดขึ้นทุกปีนั้น ในปีก่อนหน้าออกไปในลักษณะเป็นงานกาชาดมากกว่าคือ มีการแสดงนวัตกรรม วิชาการ แต่คนบึงกาฬยังทำไม่ได้ ยังไม่ได้เข้าไปถึงตรงนั้น แต่ปีนี้เป็นเหมือนการก้าวข้ามเส้นมา และก้าวมาถึงปลายน้ำแล้ว

“แทนที่จะทำแต่ยางก้อนถ้วย ตอนนี้เริ่มทำเป็นผลิตภัณฑ์ ทำเป็นหมอน ซึ่งต่อไปเชื่อว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้านอุปกรณ์ เครื่องจักรก็จะเพิ่มเข้ามา สำหรับตอนนี้สามารถทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งการทำผลิตภัณฑ์ไม่ใช่ว่าทำแล้วดีเลย มันเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการศึกษาพัฒนา และหาประสบการณ์ในการทำอีกเยอะ อย่างหมอนยางพารา ในปีที่ผ่านมายังเป็นศูนย์อยู่ คือทำได้แล้วแต่ยังไม่เป็นธุรกิจ แต่พอมาปีนี้สามารถผลิตออกมาเป็นพันใบ นี่แหละเป็นธุรกิจแล้ว”

ณพรัตน์ วิชิตชลชัย

นางณพรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับการแปรรูปยังมีอีกเยอะมาก ส่วนตัวก็ได้เข้ามาให้คำแนะนำ สำหรับชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ ตอนนี้เขาได้งบมาสร้างอยู่ แต่ยังไม่เสร็จ เช่น โรงงานน้ำยางข้น โรงงานแผ่นยางรมควัน และโรงงานหมอน ที่นอนยางพารา ทั้งหมดนี้เป็นการต่อเนื่องมาจากน้ำยางข้นที่เขาจะทำเอง แล้วต่อยอดจากยางแห้งที่เขาทำได้เข้าสู่กระบวนงานทำผลิตภัณฑ์จากยางแห้ง เช่น ทำพื้นสนาม ทำล้อรถ เป็นต้น

“สำหรับเกษตรกรนั้น บางคนอาจบอกว่าการแปรรูปมันยากสำหรับเขา ดังนั้นจึงอาจจะต้องค่อยๆ ทำ โดยเริ่มจากสิ่งที่เขาถนัดก่อน เช่น การทำยางแผ่นก่อนละค่อยแปรรูปไปทำอื่นๆ หรือการทำยางที่เขาทำอยู่แล้วให้มีเกรดดีขึ้น แล้วค่อยขยับขึ้นไป เพราะส่วนหนึ่งต้องเข้าใจคือทุกที่ไม่เหมือนกัน เกษตรกรแต่ละที่มีความสามารถไม่เหมือนกัน แต่ที่บึงกาฬมีผู้สนับสนุนที่ดีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดให้การสนับสนุน มีตลาด มีคอนเน็กชั่นเยอะ แต่ที่อื่นไม่มี ถึงเราจะเอาเทคโนโลยีไปยัดเยียดยังไงถ้าเขาไม่พร้อมก็ทำไม่ได้ ไม่เหมือนที่จังหวัดบึงกาฬ” นางณพรัตน์กล่าว

Advertisement

สำหรับงานวันยางพาราครั้งนี้ อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องอบรมอาชีพ โดยมีการอบรมทำข้าวหน้าไก่และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น โดย อ.สิทธิฉันนท์ วุฒิพรกุล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โซนกาชาดบึงกาฬ มีการจำหน่ายสลากกาชาดราคาฉบับละ 50 บาท ลุ้นรับรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 23 มกราคมนี้

น.ส.จันทรา กุมขุนทด อายุ 38 ปี เหรัญญิก เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวกับมติชนว่า ขณะนี้เหลือสลากกาชาดอยู่เพียง 50 เล่มเท่านั้น จำหน่ายในราคา 50 บาทเช่นเดิม คาดว่าสามารถจำหน่ายสลากได้หมดไม่เกินวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) โดยเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬมีการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายผ่านเวทีกลางและสื่อต่างๆ ผู้สนใจร่วมลุ้นโชคสามารถซื้อสลากกาชากได้ที่โซนกาชาดบึงกาฬในงานวันยางพาราฯนี้