พนักงานสอบสวน สภ.คลองหอยโข่งเร่งเดินหน้าทำคดี ตชด.ตบทรัพย์ชาวบ้าน โดยได้ประสานขอตัว ตชด.ทั้ง 4 นายที่ถูกผู้เสียชี้ตัวจากภาพถ่าย มาพบพนักงานสอบสวน พร้อมนำรถที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 3 คันมาด้วย
ความคืบหน้าคดี มีกลุ่มคนจำนวน 7-8 คน อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 9 เข้าตรวจค้นบ้านของชาวบ้าน พร้อมยัดข้อหา กรรโชกทรัพย์แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี โดยได้เงินสดไปจำนวน 55,000 บาท และยังลักทรัพย์เป็นเงินสดไปด้วยจำนวนหนึ่งเหตุเกิดเมื่อ 17 มกราคมที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายคือนายประภาส หมื่นแก้ว ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีใน 3 ข้อหาคือแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ,ร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยใช้อาวุธ และร่วมกันลักทรัพย์ ที่ สภ.คลองหอยโข่งแล้วนั้น ล่าสุดนั้นพนักงานสอบสวน สภ.คลองหอยโข่งได้เร่งรัดดำเนินคดี ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยพันตำรวจเอกศักดิ์สิทธิ์ มีแสง ผู้กำกับการสภ.คลองหอยโข่งระบุว่า ผู้เสียหายได้ชี้ตัว ตชด.ที่ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำแล้ว 4 คน ซึ่งได้ประสานไปยังผู้บังคับชาของ ตชด.ที่ก่อเหตุ เพื่อขอให้ส่งตัวทั้ง 4 นาย ที่ถูกผู้เสียหายชี้ตัวจากภาพถ่าย มาให้ผู้เสียหายชี้ตัว พร้อมขอให้นำรถยนต์ที่ใช้ในก่อเหตุจำนวน 3 คัน ซึ่งเป็นรถเก๋ง 2 คัน และกระบะสี่ประตู 1 คัน มาทำการตรวจสอบทางคดี รวมถึงแผนการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ภายในวันนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามก็ตามหลังเกิดเหตุนั้นทางฝ่ายผู้เสียหาย รู้สึกกังวล ในเรื่องความปลอดภัย และจะหวาดระแวงทุกครั้งเมื่อมีรถยนต์ขับวนเวียน รวมถึงมาหาที่บ้าน โดยจะไม่เปิดประตูต้อนรับ จนกว่าจะทราบชัดเจนว่าเป็นใคร รวมถึงจะไม่ค่อยเดินทางออกไปไหน แต่ต้องการที่จะดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ ที่มากรรโชกทรัพย์ ประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตำรวจทั่วประเทศ
ในขณะที่พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ในขณะนี้การพิสูจน์ทราบนั้นมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ซึ่งได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ

