เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันยางพาราและกาชาดจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 17 – 23 มกราคม ซึ่งในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงานแล้ว โดยไฮไลท์ของงานในวันนี้ เป็นการแข่งขันการกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับอาเซียน มีเกษตรกรชาวสวนยางสนใจเข้าร่วมแข่งขันมีทั้งชาวสวนยางในจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร และเกษตรกรชาวสวนยางพาราจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว อีก 11 คน รวมผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 40 คน
โดยมีคุณสมบัติและเงื่อนไขว่าต้องเป็นเกษตรกรที่ผ่านการแข่งขันระดับจังหวัดบึงกาฬ และเป็นเกษตรกรต่างจังหวัดที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือการยางแห่งประเทศไทยและประเทศข้างเคียงได้คัดเลือกส่งเข้าร่วมแข่งขัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รอบจาก 40 คนให้เหลือ 10 คนไว้ในรอบชิงชนะเลิศ เกณฑ์การตัดสิน กรรมการจะตรวจสอบมีดกรีดยาง การแต่งเดือย ความคมของมีด การกรีดยางถูกต้องตามหลักวิชาการ มีดกรีดถึงท่อน้ำยางใกล้เยื่อเจริญไม่บาดเนื้อไม้ หน้ายางเรียบสม่ำเสมอ ความหนาบางของเปลือกที่ถูกกรีดบาง 2 มิลลิเมตร และรักษามุมกรีด 30 องศา
รางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสด 50,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินสด 40,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินสด 30,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร และรางวัลชมเชย 2 รางวัลเงินสดรางวัลละ 10,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร ซึ่งผลปรากฏว่ารางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 รางวัลที่ 3 รางวัลชมเชย
ด้านการแข่งขันการแสดงนันทนาการยางพารา(หรือกองเชียร์ยางพารา) ที่เน้นให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการทำสวนยางพาราหรือเป็นผู้เกี่ยวข้อง เช่น บุตร คนในครัวเรือน ร่วมแรงร่วมใจกันมาเชียร์คนที่เรารักที่เราชื่นชอบแข่งขันการกรีดยางพารา โดยใช้เสียงเพลงเต้นประกอบ เกณฑ์การตัดสินจะดูจากความเหมาะสมการแต่งกายกับเพลงที่เลือกนำเสนอ ความร่วมมือในทีม แสดงออกถึงความพร้อมเพรียง ความสวยงาม การเชื่อมท่าต่อเนื่องไม่ผิดจังหวะ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การแสดงออกถึงวัฒนธรรมอีสานที่การสื่อเกี่ยวกับยางพารา ใช้เวลาแสดงประมาณ 10 – 15 นาที โดยมีเงินรางวัลที่ 1 เงินสด 20,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลที่ 2 เงินสด 15,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลที่ 3 เงินสด 10,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาทพร้อมใบประกาศนียบัตร
ซึ่งหลังจากแข่งขันผลการกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับอาเซียน ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายเทพคงคา สาขา จากอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รองอันดับที่ 1 น.ส.ภีรดา สาขา จากอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ได้เงินรางวัล 40,000 บาท(ปีที่แล้วได้รับรางวัลชมเชย) รองอันดับที่ 2 นางดาราวรรณ์ ศรีสว่าง จากอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ได้แก่ นางแววตา สีกา จากอำเภอศรีวิไล และนายวิไล แพงสุข จากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งพลโท ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขัน และนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมมอบรางวัลให้กับผู้ที่ชนะเลิศในวันนี้ด้วย
ส่วนผลการแข่งขันประกวดกองเชียร์ ที่แต่ละอำเภอในจังหวัดบึงกาฬ ที่ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 8 ทีม ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม อ.บุ่งคล้า รับเงินรางวัล 20,000 บาท จากการแสดงชุดเซิ้งหนุ่มกรีดยาง – สาวหยอดกรด ที่นำวิถีชีวิตของชาวสวนยางมาสะท้อนให้คณะกรรมการได้เห็นถึงความยากลำบากเพราะพื้นที่ติดเชิงเขาเวลากรีดยางต้องคอยระวังช้างป่าตลอดเวลา ส่วนรองอันดับ 1 ได้แก่ ทีมอ.เซกา รับเงินรางวัล 15,000 รองอันดับ 2 ทีม อ.ปากคาด รับเงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลชมเชยอีก 5 ทีม ทีมละ 3,000 บาท คือ อ.โซ่พิสัย อ.บึงโขงหลง อ.ศรีวิไล อ.พรเจริญ และ อ.เมืองบึงกาฬ
พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความยินดีในการจัดงานวันยางพาราและกาชาดจังหวัดบึงกาฬปี 2561 ซึ่งเป็นงานประเพณีของจังหวัดบึงกาฬงานหนึ่ง สามารถจัดได้อย่างยิ่งใหญ่และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนสามารถดึงดูดนักลงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาลงนาม MOU ร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราของจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย
“ในกิจกรรมการแข่งขันกรีดยางที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรของเรา ให้เข้ามามีส่วนร่วมและมีกำลังใจในการประกอบอาชีพให้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และเป็นกำลังใจในการประกอบอาชีพการทำสวนยางพารา หวังว่าในอนาคตข้างหน้าราคายางพาราจะดีขึ้นเรื่อยๆ” พล.ท. ธรากร กล่าว
พล.ท. ธรากร กล่าวอีกว่า งานวันยางพาราฯ เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างยิ่ง แสดงถึงความรักความสามัคคี คือมางานจะได้ทั้งความรู้ เพราะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน มีส่วนช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการกรีดยางและขวัญกำลังใจของเกษตรชาวสวนยางดีขึ้น เพราะหลังจากที่เหนื่อยกันมาตลอดทั้งปี ทางจังหวัดก็จัดเป็นงานประจำปี ก็มีการประกวดกัน ประกวดกองเชียร์ ให้รางวัลกองเชียร์ด้วย ทั้งยังมีงานบันเทิงประกอบไปด้วย มีการยกนวัตกรรมจากทางภาคใต้มาเผยแพร่ในภาคอีสาน เป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์สูง ประหยัดสุด พี่น้องประชาชนมีเครื่องที่ประหยัดแรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เกิดผลดี เกิดความรักความผูกพันกัน ทำให้มีความแน่นแฟ้น เพราะการรวมกลุ่มกันจะทำให้ระบบสหกรณ์ของเรามีการเคารพกฎกติกาซึ่งกันและกัน มีการพึ่งพากันและกัน
“นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมการใช้ยางให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำถนน ด้านกีฬา สนามฟุตซอล หมอน ที่นอน และอื่นๆ เพราะจะทำให้การใช้ยางมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นอีก ประกอบกับในทางทหารก็มีโครงการที่จะใช้ยางพาราในการทำถนน และสนามฟุตซอล ในหน่วยทหารด้วย ก็ให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนนะครับว่า ทหารยังเป็นที่พึ่งของประชาชนเสมอ และขอให้ความร่วมมือแก่ทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการประชารัฐ หากทุกท่านปฏิบัติกันอย่างจริงจัง จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชีวิตเป็นอย่างมาก” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
ายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของงานวันยางพาราปีนี้เนื้อหาแน่นและมีประโยชน์ต่อเกษตรอย่างมากและบุคคลทั่วไปอย่างมาก แล้วมีนิทรรศการผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่โชว์ในกระดาษ มีผลิตภัณฑ์เครื่องมือจากหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มุ่งสู่การแปรรูปครบถ้วน เห็นได้ง่ายจากหมอนยางพารา ที่วันนี้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ทันที มีตลาดรองรับ และยังมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการทั้งในและต่างประเทศ
“การจัดงานวันยางพาราทุกครั้งที่ผ่านมาสร้างผลกระทบให้จังหวัดบึงกาฬอย่างมาก ทั้งเกิดโรงงาน และความร่วมมือมากมายรวมถึงร้านอาหารและโรงแรมเกิดใหม่เพิ่มขึ้นมากมายต่อยอดจากงานนี้ แล้วงานแบบนี้เป็นงานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น การลงนามความร่วมมือกับประเทศจีนซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดี อย่างน้อยถ้าความร่วมมือสำเร็จมูลค่าน่าจะเห็นผลใน 1-2 ปี หลักหมื่นล้านแน่นอน ปีนี้ความเป็นประชารัฐแน่นขึ้นยกขึ้นไปอีกระดับ”
นายพินิจ กล่าวว่า วันนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญปิดท้ายคือการแข่งขันกรีดยางชิมแชมป์ระดับประเทศ มีความเข้มข้นมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย เป็นเหมือนโรงเรียนให้นักกรีดยางได้เรียนรู้ ซึ่งการแข่งขันกรีดยางบึงกาฬยกระดับมากกว่างานระดับประเทศ เพราะมีประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว เข้าร่วมด้วย ที่พิเศษคือปีนี้มีการแข่งขันกรีดยางด้วยมีดนกเงือกด้วยเป็นวิวัฒนาการใหม่ของนวัตกรรมมีดกรีดยางและการแข่งขันกรีดยางในงานวันยางพาราบึงกาฬ
นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ประจำปี 2561 ในปีนี้ เรียกได้ว่าเราขยับก้าวการพัฒนาเรื่องการจัดงานเข้ามามากยิ่งขึ้น ความก้าวหน้าตรงนี้ หรือตลอดระยะเวลาทั้ง 7 วัน งานกิจกรรมต่างๆ พี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬได้รับความสนใจมากขึ้น และเป็นวัตถุประสงค์สำคัญที่จะให้เกษตรกรเรียนรู้นวัตกรรม เทคโนโลยีทางด้านยางพาราที่ก้าวหน้ามากขึ้น ถามว่าตลอด 7 วันมา ไม่ว่าในเรื่องการแสดงนิทรรศการ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำมาโชว์ รวมถึงการแข่งขันการกรีดยางพาราเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง และในปีหน้าคิดว่าจะยิ่งใหญ่มากกว่านี้
“ส่วนการพัฒนาเยาวชนที่เข้ามาพัฒนาเรื่องดนตรี ปีนี้เราเอาแชมป์ทั้ง 4 ภาคมาร่วมการแข่งขันด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ให้เด็กเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬให้ได้ก้าวหน้าพัฒนาทางด้านนี้ตามไปด้วย และเกิดผลสำเร็จ ซึ่งเมื่อคืนที่มีการชิงแชมป์กัน ถามว่าในส่วนของเด็กบึงกาฬให้ความสนใจเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะได้รับเพียงรางวัลชมเชย เขาจะนำประสบการณ์เหล่านี้ไปพัฒนาตัวเองทางด้านดนตรี การศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศิลปหัตถกรรมของโรงเรียนอยู่แล้ว และจากการจัดงานครั้งนี้ คนทั่วไปรู้จักจังหวัดบึงกาฬมากขึ้นแน่นอน ด้วยสื่อที่ออกไป ตลอดจนเรื่องการจัดงาน งานนิทรรศการในส่วนนี้เป็นของดี และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดด้วย จะเห็นได้ว่าคนเริ่มมาสนใจมากขึ้น และรู้ถึงจังหวัดบึงกาฬมากขึ้น อีกทั้งงานนี้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของบึงกาฬแน่นอน” นายพิสุทธิ์กล่าว
นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า งานวันยางพาราและกาชาดครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก วันนี้บึงกาฬจุดประกายการเอายางพารามาแปรรูปอย่างชัดเจน เป็นความสำเร็จประการแรก ประการที่สอง ความร่วมไม้ร่วมมือ ซึ่งวันนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ได้มาเห็น ดังนั้นนับว่างานครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
“นอกจากนี้เรายังได้ต่อยอดเรื่องยางพาราสมบูรณ์ทุกเรื่อง อย่างน้อยในวันนี้บึงกาฬกำลังจะมีโรงงานน้ำยางข้น 2-3 โรงงานเกิดขึ้น ยิ่งหากรัฐบาลนำไปต่อยอดจะยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น ถึงตอนนั้นจะส่งผลกับเกษตรกร คือยางขึ้นราคา คุณภาพชีวิตก็ดี คนมีกำลังซื้อ การพัฒนาชาติบ้านเมืองก็ดีขึ้น ทุกอย่างไปด้วยกันหมดอย่างต่อเนื่อง” นายนิพนธ์ กล่าว
ท่านซายคำ กุมมาวง รองหัวหน้าแผนกกสิกรรมและป่าไม้แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว กล่าวว่า ในนามหัวหน้าคณะที่นำพานักกรีดยางจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว มาเข้าร่วมแข่งขันการกรีดยางชิงแชมป์อาเซียนซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่ได้รับเชิญจากจังหวัดบึงกาฬให้เข้ามาร่วมในการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมีเกษตรกรชาวสวนยางพาราของแขวงบอลิคำไซที่สนใจมาร่วมการแข่งขันจำนวน 11 คนซึ่งการจัดงานวันยางพารานี่เป็นสิ่งที่ดีหลายสำหรับการพัฒนาในวงการยางพาราและยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกันระหว่างแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว กับ จังหวัดบึงกาฬ ให้มีการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่ชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งการแข่งขันกรีดยาง นอกจากจะเป็นการเพิ่มพูนทักษะและเป็นการเพิ่มความรู้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และก็ดีหลายๆ ที่จัดงานวันยางพาราขึ้นมา


