เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2561 ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) นายนิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้นำภาพแบบจำลองรูปแบบการก่อสร้างเมรุชั่วคราว สำหรับการใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิง พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ให้สื่อมวลชนได้ชม สำหรับการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการในการก่อสร้างตามรูปแบบดังกล่าว หลังมติที่ประชุมร่วมระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องจาก จ.ขอนแกนและ จ.นครราชสีมา ได้มีการอนุมัติให้ดำเนินการแล้วในเบื้องต้น
นายนิยม กล่าวว่า รูปแบบการก่อสร้างเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณ ได้รับการพิจารณาร่วมกันทุกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม โดยเป็นไปตามรูปแบบคือ สมถะ เรียบง่าย และสมเกียรติ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะศิลปกรรมศาสตร์ รับผิดชอบในการออกแบบและจัดสร้างเมรุชั่วคราว ที่สระน้ำด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น โดยเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ 2 โดยในความรับผิดชอบของคณะฯนั้นเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การก่อสร้างเนินดิน 3 ชั้น โดยมีรูปปั้นพญานาค บริเวณบันไดทั้ง 8 ทิศรวม 16 ตัว ขณะที่ในชั้นที่ 3 ได้กำหนดให้มีการจำลองเป็นเขาพระสุเมรุ มีการจำลองสระอโนดาต มีสัตว์ในตำนาน 30 ตัวรายล้อมนกหัสดีลิงค์บนเนินบุษบก ที่มีความสูง 22 เมตรหรือประมาณ ตึก 6 ชั้น โดยการก่อสร้างทั้งหมดเป็นสีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย และใช้กระดาษในการก่อสร้างทุกขั้น ยกเว้นสัตว์ต่างๆที่ใช้ปูนปั้นทั้งหมด เพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย ความสมถะ และความบริสุทธิ์ ตามกิจวัตรของหลวงพ่อคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหา และมีผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธา อยู่ทั่วโลก
“ คณะศิลปกรรมศาสตร์รับผิดชอบในขั้นตอนพิธีพระราชทานเพลิงของหลวงพ่อคูณ ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ได้มีการมอบหมายให้กับคณะทำงานทุกส่วน ทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ร่วมกับ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา โดยในวันที่ 30 ม.ค.นี้จะมีการนำรูปแบบเมรุชั่วคราวและลำดับขั้นตอนในการทำงานต่างๆของหลวงพ่อ นำเสนอต่อที่ประชุมร่วมทั้ง 2 จังหวัด เพื่อให้รับทราบและให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทุกอย่างมั่นใจว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเรามีเวลาทำงานกันไม่ถึง 8 เดือน ซึ่งขณะนี้การปรับพื้นที่และการเตรียมงานบางส่วนนั้นได้ดำเนินการไปแล้ว ขณะที่งบประมาณในการจัดสร้างเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณ นั้นเบื้องต้นประมาณการไว้ที่ 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีเจ้าภาพแสดงความจำนงในการขอบริจาคและร่วมเป็นเจ้าภาพในส่วนต่างๆแล้ว”นายนิยมกล่าว
นายนิยม กล่าวว่า การสร้างเมรุชั่วคราว คาดว่าจะใช้ช่างศิลป์ฝีมือดีชั้นนำของไทย กลุ่มจิตอาสา และผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ มาร่วมในการก่อสร้างทุกขั้นตอนที่คณะฯ ต้องใช้มากกว่า 50,000 คน โดยจะมีการประกาศเชิญชวนให้ผู้ใจบุญได้มาร่วมกันจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ อีกครั้งเพราะเมรุชั่วคราว ที่เราจะทำให้เรียบง่าย เหมาะสม ตามสมณะศักดิ์ ของพระผู้ใหญ่ที่คนทั่วโลกให้การเคารพและเลื่อมใสศรัทธา จะใช้กระดาษในการก่อสร้างทั้งหมด และที่สำคัญตามตำนานและความเชื่อที่สืบต่อกันต่อเป็นขนบธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยนั้น นกหัสดีลิงค์นั้น การฆ่าได้จะต้องมีผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดา เป็นผู้ฆ่า ซึ่งวิธีฆ่านกหัสดีลิงค์นั้น มีทั้งรูปแบบของการยิงธนูให้ตายและเผาทิ้ง หรือการฆ่าและตัดหัวนกมาเก็บเป็นที่ระลึก ซึ่งนักวิชาการของ มข.ที่ได้มีการสืบค้นในเรื่องดังกล่าวมีข้อมูลยืนยันว่าผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดา ในตำนานที่เป็นคนไทยนั้นมีอยู่จริง ปัจจุบันอายุ 90 ปี อาศัยอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ มข.ได้ติดต่อคุณยายแล้ว และคุณยายก็ได้ตอบรับในการร่วมขบวนนางสีดาและร่วมฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนานและเผานกไปพร้อมกับหลวงพ่อคูณ เพื่อส่งท่านสู่สรวงสวรรค์ในช่วงปลายปีนี้ โดยวันที่ที่ชัดเจนในการประกอบพิธีดังกล่าวนั้นต้องรอสรุปจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบอีกครั้ง

นายนิยม กล่าวว่า ร่างของหลวงพ่อคูณหลังเสร็จสิ้นพิธีบำเพ็ญกุศลร่วมกันกับครูใหญ่ กว่า 400 ร่างแล้ว จะถูกนำมาจากศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. มายังเมรุชั่วคราว ภายในพุทธมณฑลอีสานแห่งนี้ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการพระราชทานเพลิง โดยคณะทำงานได้มีความเห็นตรงกันว่า เมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณนั้นใช้สีขาวทั้งหมด ผู้ที่มาร่วมแสดงความอาลัยและร่วมส่งหลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์ควรที่จะนุ่งขาว ห่มขาว ใช้ดอกไม้สีขาว ในการประกอบพิธีครั้งสำคัญครั้งนี้
“ วันนี้มีความชัดเจนและมีการมอบหมายการทำงานให้แต่ละฝ่ายแล้ว ทุกคนล้วนทำด้วยใจ ไม่คิดค่าจ้าง เพราะต้องการทำเพื่อหลวงพ่อคูณ และส่งท่านสู่สวรรค์ ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการนำเสนอต่อที่ประชุมร่วม 2 จังหวัดครั้งสุดท้าย การมอบหมายงานก็จะเริ่มขึ้นในส่วนของเมรุชั่วคราว และเมื่อเผาร่างท่านไปแล้วอัฐิและสิ่งต่างๆจะไหลลงกล่อง เพื่อให้คณะแพทยศาสตร์ นำไปลอยอังคารลงสู่แม้น้ำโขงที่ จ.หนองคาย ในรุ่งเช้าทันที ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม”นายนิยมกล่าว

