หน้าแรก ภูมิภาค สพม.22จับมือส...

สพม.22จับมือสสจ.นครพนมเซ็นเอ็มโอยู ร่วมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน

24.03.16 | 10:05 น.

วันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสถานศึกษา ด้านความปลอดภัยทางถนน ประจำปีงบประมาณ 2559 ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และมุกดาหาร ทั้งนี้ ได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารกับผู้อำนวย สมพ.22 และ ผอ.สพม.22 กับผู้บริหารสถานศึกษา ในการวางมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา

นายสมชายกล่าวว่า ไม่มีที่ใดที่ไม่มีภัย ดังนั้น สถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุด มีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและแผนป้องกันสาธารณภัยในสถานศึกษา เพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบจากอุบัติเหตุพิบัติไว้ล่วงหน้า ตามแนวนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนโยบายของรัฐบาล เพราะเด็กเป็นพลังสำคัญในอนาคตในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงต่อไป

“จากปัญหาอุบัติภัยทางถนนที่ทวีความรุนแรง ปี 2557 ไทยติดอันดับ 2 ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก อัตรา 44 คนต่อ 1 แสนคน จากการเก็บสถิติของสถาบันวิจัยด้านการคมนาคม มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับข้อมูลจากองค์การ อนามัยโลก สถิติการเสียชีวิตจากทั่วโลก เฉลี่ย 18 ต่อ 1 แสนคน ซึ่งคนไทยเราค่าเฉลี่ยเกิน 2 เท่า เนื่องจากคนไทยมองข้ามเรื่องนี้ เพราะคิดว่าอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องของเวรกรรม เลยไม่คิดจะหาทางปัองกันอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ความจริง อุบัติเหตุไม่ใช่เองของเวรกรรม แต่ทุกคนป้องกันได้ โดยเฉพาะผู้ขับรถหาไม่ประมาท และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด” นายสมชายกล่าว

ด้านนายประหยัด วังวร รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายให้สถานศึกษาทุกโรงเรียนในสังกัด สพม.22 จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและแผนการเรียนการสอนป้องกันภัยให้กับนักเรียน ประจำปี 2558 ซึ่งในปีนี้รัฐบาลเน้นความปลอดภัยทางถนน ตามนโยบายที่จะขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 และตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2556-2559

“ในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2559 สพม.22 จัดพิธีลงนามข้อตกลง MOU ระหว่างนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กับผู้อำนวย สมพ.22 และ ผอ.สพม.22 กับผู้บริหารสถานศึกษา ประกาศมาตรการองค์กรด้านความปลอดภัยทางถนน ในสถานศึกษา โดยให้ความรู้ทักษะ ปลูกจิตสำนึกรักความปลอดภัย ขบวนการแจ้งเตือนภัย ระบบสื่อสาร การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครฉุกเฉินชุมชนในสถานศึกษา เพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฯลฯ จากวิทยากรผู้ทรงความรู้จากหน่วยงานที่บูรณาการจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครพนม พร้อมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 และทีมคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพนม โดยในการจัดอบรมครั้งนี้ เป็นหลักสูตรอบรมผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน ครูผู้รับผิดชอบ 1 คน และนักเรียนแกนนำ 2 คน ในเขตจังหวัดนครพนม และมุกดาหาร รวม 81 โรงเรียน รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 350 คน” นายประหยัดกล่าว

Advertisement

ขณะที่ นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายเรื่อง “นโยบายด้านการแพทย์ฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน” กล่าวว่า จังหวัดนครพนมมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน บุคคลเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งในภาวะปกติและสาธารณภัย โดยร่วมจัดการแบบประชารัฐ มีการพัฒนาเครือข่ายและระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เชื่อมโยงทุกระดับ มีความพร้อมในการให้บริการ ทั้งในภาวะภัยพิบัติและภาวะปกติ ครอบคลุม 5 มิติ คือ 1.ครอบคลุม 2.คล่องแคล่ว 3.คุณภาพ 4.คุ้มครอง และ 5.ครบ 24 ชั่วโมง ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Service) ได้พัฒนาขึ้นด้วยเหตุผลเพื่อลดจำนวนตาย ความพิการจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยมีสาเหตุจากโรคภัยทางสุขภาพ อุบัติเหตุทางถนนและสาธารณภัย เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความสูญเสียและเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นของคนไทย จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ พบว่ามีผู้เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล ประมาณ 60,000 คนต่อปี และมีผู้จำเป็นที่จะต้องได้รับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อรักษาชีวิตหรือการทำงานของระบบอวัยวะสำคัญที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตประมาณปีละ 4,000,000 ครั้ง (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, 2551)

“สำหรับจังหวัดนครพนมนั้น พบว่ามีจำนวนผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติเหตุอื่นๆ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556-2558 อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติทางถนน เท่ากับ  1,316, 1,374 และ 1,457 ต่อแสนประชากร (ระบบรายงานข้อมูล 19 สาเหตุ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม) อันเป็นผลกระทบจากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สอดคล้องกับข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก” นพ.ประภาสกล่าว