เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายรัตนะ ภู่ทับทิม อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้เข้าไปตรวจสอบดูจระเข้น้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม ภายในห้องของมูลนิธิฯ หลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากวิทยุตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ว่า มีชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งให้ไปช่วยจับจระเข้บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ 4 บ้านโคกแจง ต.เขาแร้ง อ.เมือง จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความมืดดึกสงัด ประกอบกับมีเสียงหมาเห่ากระโชกในที่เกิดเหตุ

นายรัตนะ ภู่ทับทิม เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ เล่าให้ฟังว่า ทราบจากวิทยุ 191 ของตำรวจเมืองราชบุรีว่าชาวบ้านได้พบสัตว์เลื้อยคลานตัวใหญ่ จึงเดินทางไปตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานกันว่าจะเป็นตัวเงินตัวทองหรือจระเข้ นอนอยู่กลางทุ่งนานอนสงบนิ่งไม่ยอมไปไหน เอาไม้ไปเขี่ยก็ไม่สู้พบเป็นจระเข้ยาวประมาณ 1.80 เมตร เพศเมีย น้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม โชคดีที่มันนอนนิ่ง ๆ ให้จับได้โดยง่าย จากการสอบถามชาวบ้านแถบนั้นไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของ จึงนำตัวเจ้าจระเข้ไปเก็บไว้ชั่วคราวที่ห้องของมูลนิธิก่อน เพื่อรอเจ้าหน้าที่ประมงเข้ามานำตัวไปดูแล เบื้องต้นเท่าที่ดูสภาพแล้วแถวนี้เป็นทุ่งนาไม่มีการเลี้ยงจระเข้ในพื้นที่ด้วย อาจจะเป็นไปได้ว่ามีชาวบ้านนำมาปล่อยทิ้งไว้เพราะกลัวความผิด

อย่างไรก็ตาม ดร.ชนินท์ แสงรุ่งเรือง ประมงจังหวัดราชบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพร้อมกล่าวว่า คาดว่าจระเข้ตัวที่พบนี้น่าจะมีอายุประมาณ 2 ปี ซึ่งจะนำไปไว้ที่ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดราชบุรี ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ดูแลชั่วคราว จากนั้นจะได้ส่งต่อไปเลี้ยงดูที่จังหวัดนครสวรรค์ต่อไป เท่าที่ดูเบื้องต้นเป็นจระเข้น้ำจืด ไม่แน่ใจว่าเป็นจระเข้เลี้ยงหรือจระเข้ในธรรมชาติเพราะไม่มีเครื่องหมายยืนยัน แต่ธรรมชาติหากอยู่ในทุ่งนาก็คงไม่ใช่ น่าจะอยู่ตามหนอง ตามบึงมากกว่า แต่หากอยู่กลางทุ่งนาน่าจะเป็นจระเข้ที่มีการลักลอบแอบเลี้ยงไว้แล้วพอโตขึ้นมาก็นำมาปล่อยเพราะกลัวความผิด เพราะจระเข้เป็นสัตว์น้ำควบคุม เป็นสัตว์สงวน ถ้าใครไม่มีใบครอบครองมีโทษจำคุกและโทษปรับตามกฎหมาย ส่วนพื้นที่การเลี้ยงจระเข้ที่ถูกกฎหมายมีอยู่ 2 แห่ง คือ ที่ตำบลท่าราบ และตำบลน้ำพุ ส่วนที่ตำบลเขาแร้งมีการเลี้ยงอยู่ 1 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบพบป่วยตายไปแล้ว

