ชาวบ้านเรียกร้องอยากเห็น จักรสัมฤทธิ์ 1,300 ปีเขาศรีวิชัย กรมศิลปากร เตรียมจัดงานใหญ่ครบรอบ 20 ปีสำรวจเขาศรีวิชัย ดึงนักวิชาการต่างประเทศสัมมนาอาณาจักรศรีวิชัย ลงดูพื้นที่
ความคืบหน้ากรมศิลปากรขุดพบหลักฐานโบราณคดีชิ้นใหม่ จักร ทำจากโลหะสัมฤทธิ์และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง รวมถึงวัตถุที่มีแหล่งผลิตจากประเทศอินเดีย ที่แหล่งโบราณคดีเขาศรีวิชัย ต.เขาศรีวิชัย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นรัฐโบราณ ตามบันทึกเอกสารของจีนที่ชื่อว่า “ พันพัน” ที่มีอายุกว่า 1,300 ปี หรือ อ.พุนพิน ในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณโบราณสถานเขาพระนารายณ์(เขาศรีวิชัย) บ้านหัวเขา หมู่ 1ต.เขาศรีวิชัย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ยังคงทำงานขุดสำรวจพื้นที่ตามแนวขอบเขตการสำรวจโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปชมยังไม่มาก เนื่องจากทราบว่า จักรสัมฤทธิ์ ที่ขุดพบเป็นโบราณวัตถุชิ้นล่าสุดไม่ได้อยู่ที่นี้ ซึ่งบางส่วนไม่ทราบว่า มีการขุดพบจักรสัมฤทธิ์ดังกล่าว และอยากให้นำจักรสัมฤทธิ์มาจัดแสดงให้ชม

ทั้งนี้ ที่บริเวณหน้าเนินทางขึ้นบนเขาศรีวิชัย ได้มีป้ายไวนิลขนาด กว้าง 1 เมตร สูง 1.50 เมตร ติดที่ต้นไม้หน้าทางเดินมีข้อความประกาศสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช เรื่อง ห้ามขุดหาโบราณวัตถุ(ลูกปัดและโบราณอื่นๆ)ซึ่งเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ลงนามโดยนายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2560

ในป้ายประกาศมีเนื้อหาระบุว่า เขาศรีวิชัย หมู่ 1 บ้านหัวเขา ตำบลเขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโบราณสถานชุมชนโบราณที่เก่าแก่ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 (ประมาณ 1,000-1,400 ปีมาแล้ว)เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าต่อประชาชนในท้องถิ่นและประเทศชาติ โบราณวัตถุที่ซ่อน หรือ ฝัง หรือทอดทิ้ง ไว้ในราชอาณา จักร เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2535 ผู้ใดฝ่าฝืนทำการขุดหาทรัพย์ดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 7 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสุรพล ถึงเจริญ กำนัน ต.เขาศรีวิชัย อ.พุนพิน กล่าวว่า ลูกปัดเขาศรีวิชัยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่ว เนื่องจากเป็นของเก่าแก่ที่มีมานานหลายชั่วอายุคน และเป็นที่ถามหาในวงการเครื่องประดับของเก่าของนักสะสมและนำไปบูชา ซึ่งแต่ดั้งเดิมมีการแพร่กระจายทั่วไปบริเวณรอบเขาศรีวิชัย โดยมีการขุดค้นหาลูกปัดพื้นที่แถบเชิงเขารอบๆ แต่ตอนหลังกรมศิลปากรได้ขอร้องให้หยุดการขุดค้นหา เนื่องจากถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ ซึ่งชาวบ้านให้ความร่วมมือด้วยดีจึงยุติการขุดไป
“ ส่วนพื้นที่ด้านบนเขาศรีวิชัยที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและชาวบ้านที่เป็นลูกจ้างทำงานสำรวจ ไม่มีใครขึ้นไปขุดหรือลักลอบขึ้นไปทำสิ่งที่ไม่ดี โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วยดี เพราะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ต้องมีการทำรั้วปิดกั้นเส้นทางเข้าออก ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปชมและกราบไหว้บูชาได้ โดยกรมศิลปากรได้ทำป้ายมีข้อมูลจุดต่างๆและมีเจ้าหน้าที่ให้แนะนำ ” นายสุรพล กล่าว
นายภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ นักโบราณคดี ชำนาญการ ประจำสำนักศิลปากรที่ 14 ผู้ควบคุมการขุดค้น เปิดเผยว่า บนเขาศรีวิชัยไม่มีการขุดค้นหาลูกปัดโดยชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่และให้ความร่วมมือด้วยดี ซึ่งเมื่อปี 2559-2560 ลูกปัดเขาศรีวิชัยเป็นที่รู้จักและต้องการกันมา โดยได้มีการประกาศจัดแบ่งล็อคพื้นที่แถบข้างล่างเขาศรีวิชัย ให้มีการขุดค้นหาลูกปัดเขาศรีวิชัยและมีการเก็บเงินค่าล็อค ซึ่งมีผู้แห่กันมาเช่าที่ขุดหาจำนวนมาก

นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า บางคนขุดได้และหลายคนก็ไม่พบ เนื่องจากเป็นการขุดดินเปลี่ยนมือพลิกกันไปมาซ้ำอยู่ จนกรมศิลปากรร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องเข้าไปเจรจาขอร้องและสร้างความเข้าใจ เพราะเกี่ยวกับเป็นโบราณวัตถุของชาติ จึงพากันหยุดไป ปัจจุบันลูกปัดที่มีชื่อเสียงขึ้นชื่อประกอบ ลูกปัดคลองท่อม จ.กระบี่ ,ลูกปัดภูเขาทอง อ.สุขสำราญ จ.ระนอง , ลูกปัดท่าชนะ อ.ท่าชนะ , ลูกปัดเขาศรีวิชัย , ลูกปัดพุนพิน อ.พุนพิน , ลูกปัดพุมเรียง อ.ไชยา
“ ท่านอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้แนวทางการทำงานในคราวที่มาตรวจดูสถานที่เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ต้องการให้บูรณาการทำงานร่วมกับท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ โดยกำลังมีการวางแผนดำเนินในปี 2561นี้ ซึ่งตรงกับวาระสำคัญครบรอบ 20 ปีที่กรมศิลปากรเข้ามาสำรวจศึกษาและขุดสำรวจโบราณสถานเขาศรีวิชัยแห่งนี้ กรมศิลปากรจะจัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติครั้งใหญ่ โดยเชิญนักวิชาการด้านศิลปากร โบราณสถาน โบราณวัตถุที่เป็นเส้นทางเดินเรือและเส้นทางเชื่อมโยงการค้าในลักษณะเมืองท่าสมัยโบราณ มาประชุมเกี่ยวกับข้อมูลประวัติศาสตร์ศรีวิชัยกับต่างประเทศ” นายภานุวัฒน์ กล่าว

นายภาณุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ประเทศที่เกี่ยวข้องมีทั้งซีกตะวันตกจาก อินเดีย ศรีลังกา อาหรับ เปอร์เซีย ซีกตะวันออกจาก จีน เวียดนาม รวมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเส้นทางสายไหมจีน-โรมันและตะวันออก โดยอาจจะมาจัดประชุมที่สุราษฎร์ธานี พร้อมนำนักวิชาการจากประเทศต่างๆมาดูแหล่งโบราณสถานของจริงที่เขาศรีวิชัย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เขาศรีวิชัยให้เป็นที่รู้จักของนักวิชาการต่างชาติ


