เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 3 ก.พ.2561 พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ชายพิการในบ้านเลขที่ 9809 ชุมชนวัดป้อมแก้ว เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ได้ทรัพย์สินหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปและพระเครื่อง จึงนำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม กว่า 50 นาย กระจายกำลังปูพรมรอบจุดเกิดเหตุตามเส้นทางต่างๆ โดยใช้เวลาเกือบ 1 ช.ม.จึงพบผู้ต้องสงสัยนอนอยู่ริมคลองลำประโดง ในมือถือปืนบีบีกัน แบบออโตเมติ 1 กระบอก ยาบ้าจำนวนหนึ่งบรรจุในถุงพลาสติกใสถูกน้ำละลายจนหมด และเงินสดประมาณ 7,000 บาทซึ่งอ้างว่าได้มาจากจำหน่ายยาบ้าดังกล่าว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนทราบชื่อต่อมาคือนายอัครพล ฤทธิเดช อายุ 26 ปี ชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยนายอัครเดชรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์จริง จึงนำไปชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธปืน นำส่ง ร.ต.อ.วรบูรณ์ บุญมาก ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายบัวลา ขันแข็ง อายุ 51 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่ตนนอนในมุ้งอยู่ใต้ถุนบ้าน จู่ๆ คนร้ายก็มุดมุ้งเข้ามาและใช้ปืนจี้ที่ลำคอเพื่อจี้ชิงทรัพย์ก่อนจะขึ้นไปบนบ้านเพื่อนำทรัพย์สินก่อนหลบหนีไป
พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ.2553 นายอัครพลเคยก่อเหตุลักทรัพย์โดยแต่งเครื่องแบบทหารตำรวจมีปืนหรือใช้ยานพาหนะเพื่อใช้ในการหลบหนี และคดีเสพยาเสพติดให้โทษ ปี พ.ศ.2554 ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน ปี พ.ศ.2555 ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เพิ่งออกจากเรือนจำกลางราชบุรีมาเมื่อไม่นานมานี้ และล่าสุดปี พ.ศ.2560 ยังถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ก่อนเกิดเหตุเมื่อ 2 วันก่อนได้มาวนเวียนมาแอบมองลูกสาวของผู้เสียหายซึ่งมีหน้าตาดี จึงแน่ใจว่าลูกสาวมักอยู่คนเดียวตามลำพัง กระทั่งช่วงบ่ายวันนี้ นายอัครพลจึงล่องน้ำในคลองลำประโดงหน้าบ้าน แอบย่องเข้าไปในบ้านและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะขึ้นไปนอนแอบรอในห้องนอนลูกสาว แต่ถือเป็นความโชคดีที่ลูกของนายบัวลา ออกไปทำธุระ ต่อมาในช่วงมืดนายบัวลากลับเข้าบ้านและนอนพักในมุ้งใต้ถุนบ้าน นายอัครพลจึงลงมาใช้ปืนจี้ที่ลำคอของนายบัวลาและชิงทรัพย์สินไป ก่อนจะล่องคลองลำประโดงไปขึ้นอีกบ้านเพื่อขโมยทรัพย์สินอีก ก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ในครั้งนี้
จึงขอเตือนประชาชนว่าในช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้านก็ขอให้ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด รวมทั้งฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้าน ตลอดจนอย่าทิ้งบุตรหลานไว้ในบ้านตามลำพัง หากพบบุคคลต้องสงสัยขอให้ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที

