หน้าแรก ภูมิภาค เปิดชุมชนไร้ถ...

เปิดชุมชนไร้ถังขยะชูสร้างจิตสำนึกนำร่องเพิ่มรายได้ครัวเรือนจากขยะ

4.02.18 | 12:24 น.

ที่หอประชุมโรงเรียนดงน้อยวิทยา ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นายอดิศักดิ์ สมคะเณย์ นายกเทศมนตรีตำบลภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เปิดโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยตำบลภูสิงห์ จากการเรียนรู้ทฤษฎีสู่การปฏิบัติการจริง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยมีเป้าหมายให้เป้นต้นแบบชุมชนนำร่องการจัดการขยะภายในครอบครัว ลดการทำลายขยะที่ผิดวิธี และการหารายได้จากขยะมูลฝอยในครัวเรือน โดยมี ดร.ไพรบูลย์ โพธิ์สุวรรณ วิทยากรจากสถาบันพระปกเกล้า นายสุทธิพงษ์ บุตรสาพันธ์ หัวหน้าคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารและสถานที่ ม.กาฬสินธุ์ เป็นวิทยากร และมีผู้นำชุมชน ชาวบ้าน เข้าร่วมกว่า 150 คน โดยมีการสาธิตการคัดแยกขยะภายในครัวเรือน การมอบบรรจุภัณฑ์คัดแยกขยะให้กับชุมชนและครัวเรือน

นายสิรวิชญ์ ชนะสิมมา หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาลตำบลภูสิงห์ กล่าวว่า ตั้งแต่เป็น อบต.ภูสิงห์และยกฐานะเป็น เทศบาลตำบล(ทต.) ในการจัดการขยะในพื้นที่รับผิดชอบ 500 ครัวเรือน เกือบ 20 ปี ในพื้นที่แห่งนี้จะไม่มีถังขยะ ขณะที่งบการบริหารจัดการเกี่ยวกับขยะที่ใช้ในส่วนนี้จะน้อยมากเพียงร้อยละ 5 ของงบประมาณในพื้นที่ ไม่งบจัดซื้อถังขยะ ไม่มีค่าจ้างเฉพาะกิจเก็บขยะ และไม่มีการตั้งซื้อรถเก็บขยะ เพราะเชื่อว่าถ้ามีถังขยะ มีรถเก็บขยะวิถีชุมชนจะเปลี่ยนไป และขยะจะเพิ่มทวีคูณมากขึ้นด้วย ทั้งนี้เป็นผลพวงของวิถีชุมชนที่ปลูกฝังและสร้างค่านิยมภายในชุมชน แต่ก็เกิดการทำลายมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการกำจัดขยะภายในครัวเรือนจะใช้วิธีการเผาทำลายโดยไม่เห็นคุณค่าและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเป็นการทำลายระบบสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามยุคสมัย ในการทำประชาคมหมู่บ้าน และพื้นที่ระดับตำบลพบว่าเริ่มมีการร้องขอให้มีการจัดซื้อถังขยะ รถขยะที่จะต้องใช้งบประมาณมหาศาลหากเปรียบเทียบกับพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนนี้ทางผู้บริหารท้องถิ่นโดยนายอดิศักดิ์ สมคะเณย์ นายกเทศมนตรีตำบลภูสิงห์ จึงได้ระดมหาแนวทางแก้ไขก่อนจะถึงจุดวิกฤติ เป็นที่มาของการเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของตำบลภูสิงห์ เป็น 1 ใน 5 พื้นที่นำร่องของ จ.กาฬสินธุ์ ที่จะมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและเรียนรู้คุณค่าของขยะที่มีรายได้ให้กับครอบครัว โดยทาง ทต.ภูสิงห์จะรับหน้าที่บริหารจัดการขยะที่มูลค่าเพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านต่อไป

ด้านนายสุทธิพงษ์ บุตรสาพันธ์ อาจารย์ประจำม.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากข้อมูลพื้นฐานนำมาสู่การการการให้ความรู้ภาคทฤษฎี ก่อนจะสู่การปฏิบัติ ที่ใช้แกนนำชุมชนทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายชุมชนกว่า 150 คน เข้าร่วมตั้งแต่ระยกเริ่มแรกคือภาคทฤษฎี ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติจริง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทต.ภูสิงห์ เป็นพื้นที่ติดภูเขา และติดเขื่อนลำปาว อาชีพหลักจะมีทั้งการทำไร่ ทำนา และประมงพื้นบ้าน วิถีชีวิตชุมชนอยู่อย่างพอเพียงและเป็นสังคมชนบทเพื่อนบ้านดูแลกันและกันเสมือนญาติ ขณะเดียวกันพบว่าพื้นที่ไม่มีถังขยะเพราะมีการจัดการขยะกันเองภายในครัวเรือน เป็นการเผาทำลาย โดยไม่ทราบว่าเป้ฯการทำลายชั้นบรรยากาศโลกอย่างรุนแรง และไม่รู้ว่าขยะที่เผาทำลายไปนั้นสามารถนำกลับมารียูส ใช้ใหม่ได้ด้วยกระบวนการรีไซเคิล เป็นจุดเล็ก ๆ ที่พบภายในชุมชน ทั้งนี้การให้ความรู้ในการปฏิบัติจริง จะเน้นให้ชาวบ้านรู้จักคุณค่าของขยะ เรียนรู้การคัดแยก การรวบรวม และมูลค่าของขยะแต่ละชนิด เพราะจริง ๆ แล้วขยะที่เกิดขึ้นภายในครัวเรือนเมื่อผ่านการคัดแยกแล้วจะเป็นรายได้เข้าครอบครัวตั้งแต่บรรจุภัณฑ์พลาสติก โฟม แก้ว กระดาษและเหล็ก มีการรับซื้อจากเอกชนตั้งแต่ กก.ละ 1 -100 บาท ตามแต่ประเภทแม้ว่าจะเป็นวัสดุที่ผ่านการใช้มาแล้วก็ตามอย่างไรก็ตามเมื่อผ่านกระบวนการนี้จนมีความรู้เชื่อว่าการจัดการขยะในครัวเรือนของ ทต.ภูสิงห์ จะดีขึ้นและที่สำคัญจะไม่มีการเผาทำลายขยะมูลฝอยที่จะสร้างมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกด้วย