หนุ่มสวีเดนมาเที่ยวไทยครั้งแรกเจอดี ไปใช้บริการตัดเล็บมือริมหาดเกาะสมุย โดนคิดค่าบริการมหาโหด 3,000 บาท
หนุ่มใหญ่สวีเดนตั้งใจพาครอบครัวมาเที่ยวประเทศไทยครั้งแรก พากันมาพักผ่อนที่เกาะสมุยแต่ไปเจอดี เมือไปใช้บริการตัดเล็บมือเล็บเท้าริมหาดเกาะสมุย โดนคิดค่าบริการมหาโหดแพงถึง 3,000 บาท และขู่เอาค่าทริปไปอีก 500 บาท พร้อมเอาเพื่อนร่วมอาชีพมารุมด่า
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ รวมพลฅนสมุย ว่า “สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง วันนี้พ่อของเพื่อนฝรั่งมาถึงวันนี้วันแรก ได้ลงไปพักผ่อนที่ชายหาดละไม และได้ทำเล็บ ตัดหนัง ทำความสะอาดเท้านิดหน่อยพอเสร็จรู้มั้ยค่ะเขาคิดเท่าไหร่ 3,500 ค่ะ 3,500 ไม่ถึง40นาทีแล้วคนแก่ไปคนเดียวทำยังไงล่ะค่ะ แกก็ต้องจ่ายไปเพราะแกกลัวว่าจะมีปัญหา ถามเพื่อนๆหน่อยค่ะ ราคานี้โอเคไหมคะ คุณฆ่าตัวเองชัดๆ ฝรั่งเขาก็ต้องบอกกันต่อๆไป แล้วใครจะมาทำกับคุณ แล้วมาบ่นว่าไม่ได้ลูกค้า ก็ทำแบบนี้แล้วจะได้จากที่ไหนค่ะ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลหน่อยนะค่ะ” หลังจากที่เผยแพร่ออกไปได้มีผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
“แพงมากคะคอมเพรนไปเลยน้องบ้ารึเปล่าหน้ามืดละซิพี่ทำทีหาดแค่400สี.o.p.iทำมะดา300ก็คิดว่าจะแพงแล้ว.เห็นใจนักท่องเทียวเถอะทำคนเดียวจะให้รวยมันไม่ใช้นะคะ”
“พาฝรั่งไปแจ้งความเอาผิดได้เลยครับ ไปพบตำรวจท่องเที่ยว อย่าปล่อยให้คนแบบนี้มาทำให้ เกาะสมุยเสียหายอีกต่อไปเลย สุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบ ก็คือพวกเราทุกคนที่ทำมาหากินบนเกาะสมุยนั่นแหละครับ เมื่อไม่มีฝรั่งมาเที่ยว เราก็ทำมาหากินลำบาก ฝากพี่สื่อดูแลด้วยคับ”
ด้าน นายนิคโค คาซาล อายุ 46 ปี สัญชาติสวีเดน บอกผู้สื่อข่าวว่า ได้มานั้่งที่ร้านอาหารที่ริมหาดละไม ต.มะเร็ต กับภรรยาชาวสวีเดน พร้อมกับสั่งน้ำอัดลมมาดื่ม จากนั้นได้มีหญิงไทย 3 คน ใส่เสื้อกั๊กสีชมพูท่าทางใจดีมาถามว่าต้องการนวดไหม พร้อมกับนำป้ายราคาค่าบริการมาแสดงให้ดูก็เลยตอบตกลงตามราคา โดยหญิงไทย 1 คนทำหน้าที่นวดหลัง และหญิงไทยอีก 1 คนทำหน้าที่ทำเล็บมือและเท้า ผ่านไป 30 นาทีเมื่อทำเสร็จหญิงไทยก็เรียกค่าตัดเล็บ 3,000 บาท ทำให้นายนิคโค ต้องตกใจเพราะราคาที่ตกลงกันไว้ที่ 300 บาท แต่มาเงินคิดถึง 3,000 บาท จึงยังไม่ยอมจ่าย แต่หญิงไทยได้เรียกเพื่อนมาอีก 4 คนมาล้อมไว้แล้วก็โวยวายเสียงดังว่านายนิคโค ไม่ยอมจ่ายเงิน จนนายนิคโครู้สึกอายและไม่ปลอดภัย จึงต้องยอมจ่ายเงินไป 3,000 บาท และหญิงไทยคนดังกล่าวยังได้เอาเงินนายนิคโคไปอีก 500 บาทแล้วบอกว่าเป็นค่าทริป
นายนิคโค ยังบอกอีกว่า เป็นครั้งแรกที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยและที่เกาะสมุย โดยมีกำหนดมาอยู่พักผ่อน 2 สัปดาห์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากจะเรียกร้องว่ายินดีจะจ่ายเงินที่เป็นค่าบริการจริงๆ และขอเงินส่วนต่างคืน พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล ซึ่งหลังจากนี้จะไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ตนเองก็ยังคิดว่าส่วนมากคนไทยเป็นคนใจดี และหวังว่าจะได้กลับมาเที่ยวเกาะสมุยอีก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หาดละไมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าตลอดแนวชายหาดมีนักท่องเที่ยวออกมานอนพักผ่อน อาบแดด เล่นน้ำ จำนวนมาก และยังพบพ่อค้าหาบเร่ แม่ค้าเดินตามชายหาดเพื่อเสนอบริการรับจ้างนวดตัว ตัดเล็บ เพ้นท์สีเล็บ ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนตามชายหาดเช่นกัน
นางอำไพ อุปรา อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างนวดตัดเล็บเพ้นท์เล็บตามชายหาดมากว่า 20 ปี บอกว่า อัตราค่าบริการตัดเล็บทุกนิ้วทั่วไปก็คิดค่าบริการ 200-300 บาท แต่ถ้าเพ้นท์เล็บจะอีกราคาหนึ่งเพราะขั้นตอนการทำนานและยากกว่า แต่ถ้าตัดเล็บอย่างเดียว 3,000บาท ไม่เคยมีไม่เคยได้ยิน ถ้าเป็นแบบนี้มันไม่ใช่แล้วเพราะจะทำให้การท่องเทียวเสียหาย และคนที่ทำอาชีพนี้ก็เสียหายไปด้วย ก็ขอฝากว่าอย่าไปชาร์จฝรั่ง ควรคิดในราคาที่เป็นธรรม
เช่นเดียวกับนางมยุรา บุญเรือง อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้างนวดตัดเล็บเพ้นท์เล็บตามชายหาดมากว่า 10 ปี บอกอีกว่า ก่อนที่จะให้บริการก็จะนำป้ายราคาให้นักท่องเที่ยวดูก่อนว่าจะเลือกบริการแบบไหนและราคาเท่าไร เช่นการทำเล็บธรรมดาก็อยู่ที่ราคา 300 บาท แต่ถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่จะทำหลายอย่างก็จะคิดราคาตามป้ายราคาที่เลือกทำแต่ละประเภท เช่นแนวเพ้นท์เล็บก็จะทำได้ช้าและอยากก็จะคิดราคาที่แพงกว่า ถ้าทำเล็บมือเล็บเท้าธรรมดาก็อยู่ที่ราคา 600 บาท ส่วนในกรณีนักท่องเที่ยวชายทำเล็บในราคา 3,000บาท คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นจริงมันเกินไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยว หรือสอบถาม ติดตามหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว


