เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ” No one left behind ครั้งแรก จากกรุงเทพฯ สู่ อ.เชียงดาว ระยะทาง 867 กิโลเมตร วันที่ 9 หรือวันสุดท้าย พร้อมปล่อยปั่นจากหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ไปยังศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.เชียงดาว ช่วงสุดท้าย ระยะทาง 78 กิโลเมตร
มีนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ นางจิราพร เชาวน์ประยูร ยามาโมโต้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมขบวนนักปั่นที่มีความบกพร่องทางสายตา 21 คัน และชมรมจักรยานในเชียงใหม่ เข้าร่วมขบวนปั่นอีก 100 คัน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

จากนั้นขบวนนักปั่นได้ปั่นจักรยานไปยังบ้านสันเหนือ หมู่ 7 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม ระยะทาง 13 กิโลเมตร เป็นจุดแรก เพื่อร่วมงานแถลงข่าวพิธีมอบสิทธิเก็บกิน ระหว่างนางดวงกมล พานิชกุล หรือคุณปาน อดีตเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำฝรั่งเศส ที่บ้านชลิสา-ภานุ เพื่อมอบสิทธิเก็บกินให้มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการและมูลนิธิเลียวนาร์ด เชสเซียร์ เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสาธารณะประโยชน์บนพื้นที่ 33 ไร่ มีอาคาร และสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่า 200 ล้านบาท ก่อนร่วมกันหว่านเมล็ดปอเทืองในพื้นที่นาข้าวเพื่อสร้างเป็นทุ่งปอเทืองออกผลผลิตภายใน 30 วัน ก่อนคณะนักปั่นเดินทางมุ่งสู่หน้า อ.แม่แตง และไปยังศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว เป็นจุดเข้าเส้นชัย และเป็นจุดสุดท้ายโครงการดังกล่าว ในวันเดียวกัน

นายวิริยะ กล่าวว่า การมอบสิทธิเก็บกินตามกฏหมาย ที่ดินและสิ่งก่อสร้างยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่ให้มูลนิธิเข้าทำประโยชน์ได้แต่ขายไม่ได้ ในอนาคตเจ้าของกรรมสิทธิ์จะทำพินัยกรรมเพื่อมอบให้มูลนิธิเข้าทำประโยชน์อย่างเป็นทางการ เพื่อนำรายได้และดอกผลมาบริหารจัดการและอบรมอาชีพเพื่อสร้างงานแก่คนพิการ ส่วนศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่ อ.เชียงดาว มีแผนสร้างอาคารฝึกอาชีพ 5 หลัง โรงอาหาร 1 หลัง โรงแรม 1 หลัง รวม 50 ห้อง เพื่อใช้เป็นที่พักและฝึกอบรมคนพิการ พัฒนาสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ปรับภูมิทัศน์ และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมมูลค่า 67 ล้านบาท ล่าสุดมียอดบริจาคแล้วกว่า 28 ล้านบาท คาดว่าได้รับเงินบริจาคตามเป้าหมายภายในปีนี้ การฝึกอาชีพคนพิการ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 20,000 บาท/เดือน
“ปีนี้จัดเป็นปีแรกและมีแผนจัดปั่นเฉพาะรายจังหวัด เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อระดมทุนสร้างศูนย์ฝึกอาชีพดังกล่าว ส่วนปีหน้า มีแผนจัดปั่นเป็นครั้งที่ 2 แต่เส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลง ไปยังภาคหรือจังหวัดอื่นบ้าง” นายวิริยะ กล่าว

