เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายนัทธวัฒน์ คำเพชร อายุ 35 ปี พาครอบครัวและทนายเดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเทพา จ.สงขลา กรณีถูกพนักงานสอบสวนสภ.เทพา ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับในความผิดร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีนายอ้วน ศรีจันทร์ เป็นผู้เสียหาย
การยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายประมาณ 6 คน ใช้อาวุธปืนปล้นจี้ชิงทรัพย์นายอ้วน เป็นเงินสดประมาณ 6 หมื่นบาท เหตุเกิดบริเวณรีสอร์ท์ในพื้นที่หมู่ 1 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อ 13 ก.ค.2548

กระทั่งเวลาล่วงเลยมาวันที่ 29 ธ.ค.2560 ขณะที่นายนัทธวัฒน์ เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เดินทางจาก จ.ภูเก็ตมาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สภ.เทพา รอรวบตัวพร้อมแจ้งขอกล่าวหาร่วมกันปล้นชิงทรัพย์นายอ้วนเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ก่อนส่งดำเนินคดีตามหมายจับและถูกควบคุมขังอยู่ในเรือนจำสงขลา ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.60 หลังครอบครัวทราบข่าวได้ขอความเป็นธรรมจากศาลอุทธรณ์ ภาค 9 และได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อ 10 ม.ค.2561
นายนัทธวัฒน์ คำเพชร กล่าวว่า หลังการปล่อยตัวได้ปรึกษาคนในครอบครัวก่อนจะตัดสินใจติดต่อทนายความ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เตรียมต่อสู้คดี เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ช่วงวันเวลาที่เกิดเหตุเมื่อ 12 ปี ก่อนนั้นยังศึกษาอยู่ในมหาลัย ครูและเพื่อนๆ นักศึกษาเป็นพยานได้ และห้วงระยะเวลาดังกล่าวจนถึงวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ใช้เวลายาวนานถึง 12 ปี ตนเองก็จบการศึกษาและได้เกณฑ์ทหารไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จากนั้นได้เดินทางไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต และยังได้กลับมาอุปสมบทอยู่ภูมิลำเนาถึง 2 ครั้ง แต่กลับไม่เคยรู้และทราบมาก่อนว่าถูกออกหมายจับ จนมาถูกควบคุมตัว
ด้านนายภัคพล เจ๊ะพงศ์ ทนายความกล่าวว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนพอจะใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ให้นายนัทธวัฒน์ได้ โดยเฉพาะการติดต่อขอข้อมูลต่อนายอ้วน ผู้เสียหายในคดีนี้ร่วมกับพยานบุคคลอื่นๆ ทุกคนยืนยันว่านายนัทธวัฒน์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยรู้จักกัน อีกทั้งยังได้เดินทางขอเบิกตัวสอบถามข้อมูลความจริงจากหนึ่งในผู้ก่อเหตุที่ถูกจับไปอยู่ที่เรือนจำสงขลาก่อนหน้านี้ ก็ยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายนัทธวัฒน์และยังงงว่ากลับมามีรายชื่อเป็นบุคคลร่วมในการก่อเหตุได้อย่างไร หลังจากนี้จะรอดูความคืบหน้าต่างๆ จะมีการเดินทางยื่นหนังสือไปตามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเป็นธรรมอีกครั้ง

