เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม รวมทั้งหมด 4 หมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย กลุ่มพื้นที่ 3 ที่สร้างด้วยงบประมาณกว่า 72 ล้านบาท ของเทศบาลตำบล (ทต.) นาแก อ.นาแก จ.นครพนม ในการคัดแยกขยะในพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย อ.นาแก อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร และ อ.วังยาง จ.นครพนม มีเป้าหมายสามารถคัดแยกขยะมูลฝอย ออกจากขยะจุลินทรีย์ ก่อนนำไปทำปุ๋ยอัดเม็ดส่งขายในชุมชน ลดต้นทุนการเกษตร ซึ่งทำการก่อสร้างในพื้นที่บ้านโพนสวรรค์ หมู่ 7 ต.นาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม ในเนื้อที่กว่า 70 ไร่ ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2554 หลังจากเดินเครื่องใช้งานได้ประมาณ 2 ปี เกิดปัญหา ทาง ทต.นาแกได้หยุดเดินเครื่อง เนื่องจากมีปัญหาค่าใช้จ่าย ไม่คุ้มทุน ทำให้ถูกปล่อยร้างมานานกว่า 5 ปี จนเกิดปัญหาเครื่องจักรทรุดโทรม สิ่งที่ตามมาคือปัญหาปริมาณขยะเพิ่มขึ้น และยังสร้างมลภาวะให้กับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะต้องรองรับขยะจากพื้นที่ 4 อำเภอ วันละไม่ต่ำกว่า 20 ตัน แต่ทำได้แค่การฝังกลบ เนื่องจากเครื่องคัดแยกกำจัดขยะที่สร้างด้วยงบกว่า 72 ล้านบาทใช้งานไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านออกมาเรียกร้องให้เร่งแก้ไขเรื่องมลภาวะ เพราะมีปริมาณมากขึ้น และส่งกลิ่นเหม็น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบล่าสุดกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 จ.อุบลราชธานี ได้เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุ และมีคำสั่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2560 ชี้มูลว่าเครื่องคัดแยกกำจัดขยะฯ ใช้ประโยชน์ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และไม่มีการใช้ประโยชน์ทั้งระบบ รวมทั้ง ไม่สามารถปรับปรุง หรือซ่อมแซมให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จนเป็นเหตุทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย พร้อมมีคำสั่งให้คืนเงินรวม 72 ล้านบาท พร้อมดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิด รวมทั้ง อาญา และแพ่ง ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดทาง จ.นครพนม โดยนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนออกเป็น 2 ส่วน คือ สอบในเรื่องของละเมิด หรือความผิดทางแพ่ง มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2560 แต่ยังไม่มีข้อสรุป อยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนแนวทางที่ 2 เป็นความรับผิดชอบของทางเทศบาลตำบลนาแก ในการตั้งคณะกรรมการสอบในเรื่องของวินัย หรืออาญา ตามกฎหมาย เพื่อหาผู้รับผิด อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการรวบรวมเอกสารหลักฐานที่ยังไม่ครบ เพราะมีการดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2553 และมีการเปลี่ยนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หลายครั้ง คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนนี้ ซึ่งในการดำเนินการทั้ง 2 แนวทาง พบว่า มีการสอบสวนเอาผิดอดีตนายกเทศมนตรี ทต.นาแก รวมถึง อดีตปลัด ทต.นาแก และถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นผู้เสนอขออนุมัติโครงการ แต่มีปัญหาภายหลัง เครื่องจักรไม่สามารถใช้งานได้จริงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ดำเนินการสรุป หาผู้รับผิดตามกฎหมาย
ด้านนายประดิษฐ์ แสงสีทาง กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลนาแก มีการดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งมีผู้ว่าฯ นครพนม กำกับดูแลในเรื่องของ การสอบสวนเรื่องละเมิด หรือแพ่ง ส่วนทาง ทต.นาแก ดูแลเรื่องการสอบสวนเกี่ยวกับทางวินัย หรืออาญา อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อหาผู้รับผิด หลัง สตง.ชี้มูลว่าเป็นโครงการไม่คุ้มค่า ใช้งานไม่ได้จริง และปัจจุบันในส่วนของคณะผู้บริหาร ทต.นาแก กำลังเร่งดำเนินการแก้ไข ในเรื่องของหางบประมาณมาดูแลแก้ไข รวมถึง การทำแผนโครงการหาเอกชนเข้ามาประมูลไปบริหารจัดการ ส่วนการแก้ไขได้ดูแลทำการฝังกลบ ไม่ให้เกิดมลพิษ ทางเทศบาลได้ดูแลแต่เนื่อง แต่ยอมรับว่าปริมาณมากขึ้น และอาจมีปัญหา เพราะไม่สามารถคัดแยกทำลายได้ และจะต้องเร่งหาทางแก้ไข หากประชาชนได้รับผลกระทบ ทางเทศบาลได้เข้าไปตรวจสอบดูแลตลอด




