เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการยุทธการทวงคืนผืนป่า นำโดยนายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กรมป่าไม้ โดยมีนายชูชาติ เทพสุต ป่าไม้จังหวัดสกลนคร บูรณาการกับ จนท.กอ.รมน., จนท.ชุดพยัคฆ์ไพร, จนท.ทหาร มทบ.29, ตชด.23 ค่ายศรีสกุลวงศ์, สภ.ภูพาน สภ.เต่างอย อุทยานแห่งชาติภูผายล ตำรวจป่าไม้ ชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร และฝ่ายปกครอง กว่า 150 นาย เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่บุกรุก ป่าภูล้อมข้าวและป่าภูเพ็ก ท้องที่ ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จำนวน 2 จุด จับ GPS รวม 260 ไร่ พร้อมนำป้ายไปแสดงการตรวจยึดในพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อหาตัวมาดำเนินคดีโดยเฉพาะนายทุนอยู่เบื้องหลัง
นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ผอ.ศปป.2) กล่าวว่า พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ของชาวบ้าน มีเอกสารสิทธิ์อยู่ในเขต สปก.เราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ในพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ได้ตรวจสอบแล้วว่าอยู่นอกเขตที่ทำกิน สปก.และบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนชัดเจน พื้นที่ไหนเป็นของชาวบ้านทำมาหากินอย่างสุจริต ก็จะอยู่ในความคุ้มครองตามคำสั่ง คสช.ที่ 66 /2557 คือจะต้องไม่กระทบต่อชาวบ้านเมื่อยึดแล้ว เราจะใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าไม้ ตัดต้นยางพาราทิ้ง แล้วดำเนินการว่าพื้นที่ใดที่เป็นป่าต้นน้ำลำธารก็จะปลูกป่าเพื่อฟื้นฟู ส่วนที่เป็นโซน E ก็จะให้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ซึ่งแต่ละจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พิจารณาว่าพื้นที่ใด ใครมีความเหมาะสมที่จะได้เข้าทำกินในที่นั้นๆ แต่ต้องเป็นผู้ยากไร้จริงๆ จะไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้ เพียงแต่มีเอกสารที่ให้เข้าถือครองทำกินเท่านั้น จะเปลี่ยนมือไม่ได้ ส่วนผืนป่าที่ยึดคืน ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เต่างอย เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และผู้บงการต่อไป


