เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.เจริญทอง พุ่มพวงทอง พนักงานสอบสวนเวร สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งจาก นางจงจินต์ รวดเร็ว อายุ 50ปี อยู่บ้านเลขที่ 215 หมู่ที่ 9 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร อาชีพค้าขายผลไม้ ว่า เป็นมารดาของ ด.ญ.เอ(นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ช่วงก่อนเที่ยงคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขณะลูกสาวนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พี่ชายเป็นผู้ขับขี่ กลับจากเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลหลังสวน ตามถนนสายบ้านควนหินมุ้ย-วัดดอนวาส และก่อนถึงบ้านเพียง 500 เมตร ด.ญ.เอ รู้สึกเหมือนมีของมีคมมาโดนที่เบ้าตาขวา เมื่อใช้มือลูบก็พบเลือดไหลออกมาเต็มไปหมด จึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้ชาวบ้านวิ่งออกมาดูก่อนช่วยกันพส่ง รพ.หลังสวน และแสงไฟหน้ารถจักรยานยนต์ทำให้เห็นผู้ชายยืนอยู่หลังต้นปาล์มน้ำมันริมทางในขณะเกิดเหตุ เมื่อแพทย์พบว่ามีบาดแผลฉีกขาดใต้ตาด้านขวา ห่างดวงตาเพียงไม่ถึง 1 เซนติเมตร หากสูงขึ้นอีกนิดตาคงบอดแน่นอน จึงต้องเย็บถึง 5 เข็ม และให้ยาแก้ปวด คาดว่าคนร้ายคงยืนอยู่หลังต้นปาล์มริมถนน แล้วใช้หนังสติ๊กบรรจุลูกหินยิงใส่ลูกสาว
พ.ต.ท.นิวัฒน์ ชื่นวิเศษ สารวัตรใหญ่ สภ.บ้านในหูต ไปยังบ้านของนางจงจินต์เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม พบ นายคำนวณ รวดเร็ว อายุ 36 ปี พี่ชายของ ด.ญ.ให้การว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เห็น นายเอ็ม (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 42 ปี คนในหมู่บ้านเดียวกันยืนหลบอยู่หลังต้นปาล์ม ก่อนได้ยินเสียงน้องสาวร้องด้วยความเจ็บปวด จึงรีบพาส่ง รพ.หลังสวน ส่วนนายเอ็มนั้นปกติในช่วงกลางวันจะมีอาการปกติ แต่ช่วงกลางคืนมักชอบออกทำร้ายชาวบ้านที่ผ่านจุดดังกล่าว บางครั้งใช้มีดไล่ฟันชาวบ้าน บางครั้งใช้ก้อนหินขว้างใส่รถจักรยานยนต์จนมีผู้บาดเจ็บแต่ไม่มากนัก ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนในหมู่บ้าน ญาติของนายเอ็มก็เป็นคนดี จึงให้อภัยมาตลอดไม่มีใครอยากแจ้งความ
ด.ช.บี(นามสมมติ) พี่ชายอีกคนของ ด.ญ.อรทัย อายุ 14 ปี เปิดเผยว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาเคยถูกนายเอ็ม ใช้ก้อนหินขว้างขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ทำให้แก้มด้านขวาบาดเจ็บ ต้องรักษาตัวนาน 1 เดือน และนายไอ้เอ็มจะเลือกลงมือกับผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง เพราะนายเอ็มเคยมีรถจักรยานยนต์สีแดง แต่ถูกตำรวจยึดไปเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน นายสมพงษ์ ตังสุรัตน์ อายุ 46 ปี พ่อค้าขายส้มตำด้วยรถสามล้อพ่วง ก็เปิดเผยว่าเคยถูกนายเอ็มใช้ก้อนหินขว้างใส่ถูกที่เท้าบาดเจ็บเล็กน้อย จึงอยากให้ตำรวจดำเนินการให้เด็ดขาด เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาก
พ.ต.ท.นิวัฒน์ กล่าวว่า ได้ส่งกำลังตำรวจติดตามนายเอ็มที่บ้านพักแต่ไม่พบตัว และทราบว่านายเอ็มหนีขึ้นไปบนเขาแล้ว ซึ่งจะออกติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ที่เป็นห่วงคือนายเอ็มมีบัตรผู้ป่วยโรคจิตจาก รพ.สราญรมย์ จึงไม่ค่อยมีผู้เสียหายเอาความดำเนินคดี และนายเอ็มเคยถูกจับตรวจฉี่พบสารเสพติด แต่เข้าบำบัดได้ไม่นานก็ ออกมาอยู่ในสังคมได้อีก หลังจากนี้จะรีบติดตามตัวให้ได้ก่อนจะก่อเหตุกับผู้อื่นอีก
บ่ายวันเดียวกัน ดร.สุชาติ มีสมบัติ ผอ.ร.ร.ชุมชนวัดขันเงิน พร้อมเจ้าหน้าที่จาก สพป.ชุมพร เขต 2 ครูประจำชั้น และ นายอภิชาต มณีสิน นักสังคมสงเคราะห์ พมจ.ชุมพรได้เดินทางไปเยี่ยม ด.ญ.เอโดยขอพักรักษาตัวให้หายดีก่อนกลับไปเรียนหนังสือ

