เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 12 ก.พ. ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรโณ ผอ.ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช แถลงข่าวกับสื่อมวลชน กรณีที่มีผู้โดยสารร้องเรียนให้กรมท่าอากาศยานทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีข่าวรถยนต์ที่จอดไว้ภายในลานจอดสนามบิน ถูกโจรกรรมซึ่งผู้โดยสารท่านหนึ่งได้ระบุว่ารถยนต์ได้ถูกขโมยไปในช่วงวันเกิดเหตุของวันที่ 24 มกราคม 2561 ในขณะที่จอดรถไว้ภายในท่าอากาศยานนั้น
นายสุขสวัสดิ์ กล่าวว่า ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ว่า เมื่อวันที่ 24 มค.2561 หน่วยรักษาความปลอดภัยและ บริษัทGuardforce ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานแจ้งว่าในช่วงวันดังกล่าวได้มีบริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง(ประเทศไทย)จำกัด ส่งหลักฐานจากศาลมาทำให้เชื่อโดยสุจริตว่า บริษัทฯมีอำนาจนำรถออกไปได้ โดยทำการยกรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ป้ายทะเบียน ษณ-1121 กทม.กระบะสีฟ้า นำออกจากท่าอากาศยานฯ ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่า เป็นรถยนต์คันเดียวกับที่ผู้โดยสารแจ้งว่ารถยนต์ของตนสูญหายในท่าอากาศยานฯ
อย่างไรก็ตามท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชยังคงยืนยันในระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ในจุดต่างๆพร้อมเน้นย้ำในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยทำการปิดประตูบริเวณด้านหลังของท่าอากาศยานเพื่อให้มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งในแต่ละจุดจะมีเวรรักษาความปลอดภัยตลอดการเปิดให้บริการ สำหรับพื้นที่จอดรถเป็นส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวก ซึ่งเพียงพอต่อผู้มาใช้บริการสามารถควบคุมและตรวจสอบผู้มาใช้บริการได้ อีกทั้งท่าอากาศยานฯ ยังเตือนให้ผู้มาใช้บริการตรวจสอบทรัพย์สินของท่านก่อนออกจากรถและทางท่าอากาศยานฯจะดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบCCTV เพิ่มจุดติดตั้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคาดเสร็จในปี 2561 อย่างแน่นอนต่อไป
เมื่อถามว่า ต่อจากนี้ไปหากบริษัทไฟแนนซ์มาตามยึดรถที่สนามบินก็จะอนุญาตให้ยึดใช่หรือไม่ว่า นายสุขสวัสดิ์ กล่าวว่า หากมีเอกสารถูกต้องก็ยินดี เพราะที่ผ่านมาก็มีเอกสารยืนยันถูกต้อง ทางเราก็ให้ไป ส่วนมาตรการความรับผิดชอบ เพราะเราทำไปโดยสุจริต ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น
ต่อข้อถาม ได้เห็นเอกสารแล้วหรือยังว่าถูกต้องหรือไม่ว่า นายสุขสวัสดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้เห็นเนื่องจาก บ.Guardforce ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน เป็นผู้รับเรื่อง มั่นใจว่าถูกต้องถึงอนุญาต
ด้านนายสายัณห์ ยุติธรรม เจ้าของรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า การตอบของการท่าอากาศยาน นครศรีธรรมราช คือตอบแบบไม่รับผิดชอบคำพูด การยึดรถของผมครั้งนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาสิ้นสุดแล้ว และหมดอายุความแล้วด้วย ดังนั้นสิทธิที่ถูกต้องจึงเป็นของตน รถไม่เสียดาย แต่พระเครื่องราคานับล้าน สร้อยคอทองคำ และของมีค่าหลายรายการอยู่ในรถที่เก็บไว้อย่างดี ใครจะรับผิดชอบ ตนไปทำธุระที่ กทม.กี่ครั้งแล้ว จอดรถไว้เป็นอาทิตย์ไม่เคยหาย
“วันนี้รถผมหาย วันต่อไปก็ต้องเป็นของผู้โดยสารคนอื่น ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจเช่นนี้ รถที่จอกอยู่ในลานจอดรถของสนามบิน 1 ใน 4 ต้องเป็นรถที่ตามยึดทั้งนั้น หากการท่าฯยืนยันและปล่อยให้โจรมายึดรถ ผมถือว่าไม่ถูกต้อง สนามบินต้องเป็นแดนความมั่นคง ที่มีความปลอดภัยสูง ขาเข้าตรวจเข้ม ขาออกปล่อยไปสบาย ใครเข้าออกนัดมาซื้อขายยาบ้า ก็ยังจับไม่ได้ แล้วจะเรียกว่าปลอดภัยกันได้อย่างไร”
นายสายัณห์ กล่าวว่า หลังจากนี้ จะทำหนังสือถึง รมว.ที่รับผิดชอบ รีบจัดงบประมาณติดตั้งกล้อง CCTV ให้กับท่าอากาศยานทั่วประเทศ เท่าที่ทราบเวลานี้ ทุกท่าอากาศยานยังขาดแคลนกล้อง CCTV และจะดำเนินการฟ้องร้อง บริษัที่่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความเสียหายกับตน และปล่อยให้ เอารถของตนไป วันนี้ตั้งแต่เกิดเรื่อง การท่าฯไม่ได้ออกมาแสดงคำจอโทษ หรือ แสดงการรับผิดชอบแต่อย่างใด ตนมีภาพคนที่เข้ามายึดรถ จำนวน 2 คน

