เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอปะทิว จ.ชุมพร เปิดเผยว่า หลังชาวบ้านพบท่อยางขนาดใหญ่ 14 ท่อน เส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ยาวประมาณ 11 เมตร หากนำมาวางต่อกันจะมีความยาวประมาณ 154 เมตร ถูกคลื่นซัดมาเกยหาดบางเบิด หมู่ 5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รายงานให้นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รับทราบแล้ว และประกาศหาเจ้าของท่อ แต่ยังไม่มีบริษัทใดติดต่อแสดงตนเป็นเจ้าของท่อทั้งหมด จึงขอให้ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ดูแลท่อทั้งหมด ทั้งนี้ ท่อมีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน มีทั้งหมด 14 ท่อน หากจะเคลื่อนย้ายโดยขนส่งทางบกคงทำได้ลำบาก คงไม่สามารถนำออกจากชายหาดได้ นอกจากเจ้าของท่อมาเคลื่อนย้ายไปทางเรือเท่านั้น คาดว่าท่อทั้งหมดถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดมาเกยหาดในช่วงเกิดคลื่นลมแรงมากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายทองรัตน์ วรรณนุช พลังงานชุมพร กล่าวว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพรได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบท่อทั้งหมด และได้รับรายงานจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่า จากการตรวจสอบผู้รับสัมปทานการขุดเจาะสำรวจน้ำมันในทะเลอ่าวไทยทุกราย ยังไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุท่อขนส่งปิโตรเลียมขาดกลางทะเลในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนท่อที่พบมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว แต่ท่อขนส่งของผู้รับสัมปทานแต่ละรายยังคงใช้ท่อขนส่งขนาด 6 นิ้ว 8 นิ้ว และขนาดใหญ่สุดคือ 16 นิ้วเท่านั้น
นายบุญส่ง จารึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว กล่าวว่า ยังไม่มีหน่วยงานหรือบริษัทใดแสดงตนเป็นเจ้าของท่อทั้งหมด มีเพียงเจ้าหน้าที่จาก อ.ปะทิว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชุมพร และสำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพรเดินทางเข้าตรวจสอบและเก็บข้อมูล จากการล้วงเข้าไปในท่อ พบคราบน้ำมันสีดำคล้ายยางมะตอย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานทราบแล้ว นอกจากนั้นมีความเห็นจากผู้นำชุมชนว่า ควรลากท่อทั้งหมดขึ้นไว้บนฝั่ง หากปล่อยให้คลื่นซัดไปอาจกระทบชายหาดได้ และถ้าไม่มีบริษัทใดแสดงตัวรับเป็นเจ้าของ มีผู้เสนอให้เก็บไว้ทำแนวกันคลื่นบริเวณหัวแหลมบางเบิด ซึ่งปกติจะมีเรือประมงเข้าจอดเป็นประจำ
“ชาวประมงเล่าว่า เคยพบท่อดังกล่าวลอยปริ่มน้ำอยู่ในทะเล เพราะเป็นท่อจากยางเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนข้อต่อเท่านั้นที่จมน้ำลึก คาดว่าท่ออาจตกหล่นระหว่างการเคลื่อนย้ายทางเรือ หรือถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดหลุดมาจากใต้ทะเล” นายบุญส่งกล่าว

